Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Here’s How To Really Forgive & Forget
รู้จักให้อภัยและลืมเพื่อเติมเต็มชีวิตคิดบวก

รู้จักให้อภัยและลืมเพื่อเติมเต็มชีวิตคิดบวก

เมื่อลอเรน คอนราดสบตาไฮดี มอนแท็กและพูดว่า “ฉันอยากให้อภัยเธอและฉันก็อยากลืมเธอด้วย” ในซีรีส์ The Hills ฉันก็นึกชื่นชมพฤติกรรมของคอนราด ทุกวันนี้ฉันไม่รู้ว่าจะให้อภัยและลืมได้อย่างไร บอกตามตรงว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่จากงานวิจัยล่าสุดพบว่าเป็นไปได้อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจ

ความตลกของการให้อภัยและลืมคือการลืมต้องใช้ความพยายามมากกว่าการจำเสียอีก กลุ่มนักวิจัยพบว่าการลืมต้องอาศัยการทำงานของสมองใน “ระดับปานกลาง” ในการทดลองกลุ่มนักวิจัยได้ให้ผู้เข้าร่วมดูรูปภาพพร้อมกับคำสั่งให้จดจำหรือลืมสิ่งที่พวกเขาเห็น จากผลลัพธ์ที่ได้พบว่ามีเส้นแบ่งระหว่างการใช้พลังสมองในการจดจำหรือลืม หากคุณใช้ความพยายามมากเกินไปในการลืมก็เป็นไปได้ว่าภาพในหัวก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น แต่ถ้าคุณใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อยในการลบล้างความทรงจำก็เป็นไปได้ว่าทุกอย่างจะคงที่ หรือง่ายๆคือยิ่งเจตนาลืมก็จะยิ่งจดจำได้

แล้วการให้อภัยและการลืมใครบางคนล่ะ? การลืมคือทักษะที่คุณสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้ กลุ่มนักวิจัยในการทดลองนี้พบว่าผู้เข้าร่วมจะลืมรูปเหตุการณ์หรือสถานที่ต่างๆได้ง่ายกว่ารูปใบหน้ามนุษย์ แต่อย่าเพิ่งล้มเลิกความพยายามเพราะคุณก็สามารถโบกมือลาคนที่ไม่ใช่ในชีวิตได้เช่นกัน ว่าแต่มนุษย์สามารถให้อภัยและลืมอย่างถาวรได้ไหม? เมื่อจู่ๆความทรงจำผุดขึ้นมาโครงสร้างโปรตีนในสมองหรือพรีออนจะมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่อง “ความทรงจำแบบสุ่มและเพ้อฝัน” ซึ่งหมายความว่าคนเราสามารถตั้งใจลืมได้แต่ความทรงจำเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ อย่างไรก็ตามความทรงจำคือสิ่งที่สร้างตัวตนของคุณขึ้นมาไม่ต่างจากการมีประวัติศาสตร์ในสมอง ทว่าก็ขึ้นอยู่กับความทรงจำที่คุณต้องการลบด้วย (เช่นบาดแผลในใจที่ยังตามหลอกหลอนหรือการเลิกรากันที่ยังรู้สึกติดค้างอยู่ เป็นต้น)

สรุปคือไม่ว่าจะเป็นความทรงจำหรือใครก็ตามที่คุณต้องการก้าวผ่านพ้นไปให้ได้ การจดจำก็ไม่ใช่เรื่องที่บั่นทอนจิตใจอะไร จงให้อภัยและลืมไปซะถ้าคุณรู้สึกอย่างนั้น คุณควรประเมินและวางแผนการเริ่มต้นใหม่หรือไม่ก็แยกความทรงจำที่ไม่ดีออกไป เก็บไว้แต่ความทรงจำดีๆและมีความสุขอยู่กับคุณ

Blogger : Julia Guerra

Source : elitedaily.com