Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

How Giving Back To Others Is Actually An Act Of Self-Care
การเป็นผู้ให้นั้นได้กำไรชีวิตมากกว่าที่คุณคิด

การเป็นผู้ให้

แม้ว่าฉันจะประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษาด้านการทำบุญแต่ฉันกลับไม่ชอบคำว่า “ทำบุญ” เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด ที่สำคัญคนเราก็ไม่ค่อยชอบเกี่ยวข้องกับการทำบุญด้วยเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้รวยเท่าบิล เกตส์หรือโอปราห์สักหน่อย หลายปีที่ผ่านมาฉันได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้ใจบุญนับร้อยคนตั้งแต่บรรดาสุดยอดผู้ประกอบการ นักเรียนผู้มีอุดมการณ์ นักเคลื่อนไหวหัวรั้น อาสาสมัครที่ทุ่มเท หรือแม้แต่เด็กๆขี้สงสาร พวกเขาสอนฉันว่าความใจบุญทำให้พวกเขาได้รู้จักความต้องการของตัวเอง มีหน้าที่การงานที่ดี หายจากประสบการณ์อันเจ็บปวด พบความรัก เจอผู้คนที่น่าทึ่ง ค้นพบความหมายที่นอกเหนือจากความสำเร็จทางวัตถุและความสุขสมหวังที่แท้จริง นี่คือบทเรียนบางส่วนที่ฉันได้เรียนรู้จากพวกเขาเมื่อคุณเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง

1. คุณจะได้พบปะบุคคลที่น่าสนใจมากมายซึ่งจริงๆคุณอาจจะไม่มีวันได้พบ

Tom Freston ผู้ร่วมก่อตั้งเอ็มทีวีกล่าวว่า “ประตูหนึ่งบานจะเปิดสู่ประตูอีกสิบบาน การรู้จักให้ได้ทำให้กลุ่มเพื่อนและคนรู้จักของผมมีความหลากหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

2. คุณจะมีความสนุกสนาน

เมื่ออาสาสมัครและนักกิจกรรมถูกถามว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับการให้ในโอกาสต่างๆไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ต่อต้านสงครามหรือการทดลองในสัตว์หรือผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงในสิทธิของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหรือการศึกษา ความสุขและมิตรภาพดีๆซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์เหล่านั้นเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการเป็นกระบอกเสียงของพวกเขา นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมผู้ที่ “ทุ่มเททุกอย่าง” ให้กับผู้ที่เผชิญสถานการณ์เลวร้ายนั้นมีความสุขและอิ่มเอมใจมากที่สุด ที่สำคัญยังน่ากลัวน้อยที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมาด้วย

3. คุณจะได้รับการเยียวยาจากประสบการณ์อันเจ็บปวด

จากการศึกษาผู้ที่ติดสุราในโครงการกลุ่มผู้ติดสุรานิรนามพบว่าผู้ที่ช่วยเหลือคนอื่นมีแนวโน้มว่าจะมีสติมากขึ้นเกือบสองเท่าในปีต่อมาขณะที่ระดับความซึมเศร้าของพวกเขาก็ลดลงด้วย ผู้เชี่ยวชาญเรียกสิ่งนี้ว่าหลักการ “เยียวยาบาดแผล” การช่วยเหลือมีประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้ให้และผู้รับ

4. คุณจะพบกับความอิ่มเอมใจ

ใครที่เคยได้ยินลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์จะรู้ว่าแรงจูงใจสูงสุดของมนุษย์คือความต้องการที่จะเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง เมื่อถึงระดับสูงสุดทุกคนก็จะทำงานเพื่อเติมเต็มศักยภาพของตัวเอง ทว่าในช่วงปลายยุค 1960 หลังจากที่มีการทำวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ มาสโลว์ได้แก้ไขทฤษฎีดังกล่าวแต่ยังไม่ได้เผยแพร่เนื่องจากเขาเกิดหัวใจวายและเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน ทฤษฎีใหม่คือพลังในการข้ามพ้นตนเองโดยพวกเขาจะเพิกเฉยต่อความต้องการของตัวเองและเลือกที่จะทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นๆ

5. คุณจะพบกับความสุข

โดยธรรมชาติฉันไม่ใช่คนที่มีความสุขและร่าเริง เมื่อชีวิตตึงเครียดฉันก็ต้องต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก แต่เวลาที่ฉันรู้สึกว่ามีความสุขมากที่สุดมักจะเป็นเวลาที่ฉันกำลังช่วยเหลือคนอื่น แนวคิดเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ จากการศึกษาเมื่อปี 2009 นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Malte Klar และศาสตราจารย์ชาวอเมริกัน Tim Kasser ได้สรุปว่าการเคลื่อนไหวหรือการอุทิศตนเพื่อสังคมทำให้เกิดความสุขมากมาย เช่น การรับรู้ความสามารถของตน ความเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงโลก เครือข่ายสังคมที่สมบูรณ์ และพลังในการข้ามพ้นตนเอง พวกเขาจะห่วงใยอย่างอื่นมากกว่าความต้องการของตัวเอง การให้ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละเวลา ทรัพย์สมบัติ หรือความสามารถ บอกเลยว่ามันง่ายกว่าที่คุณคิดและคุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินเสียทองใดๆเลยก็ได้แต่อาจจะเสียเวลานิดหน่อย และชีวิตของคุณจะน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเมื่อประตูเปิดออกคุณจะรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำได้ดีและเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับคุณ ถ้างั้นทำไมไม่ลองทำดูล่ะ?

Blogger : Jenny Santi

Source : mindbodygreen.com