Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Follow Your Dreams To Be Truly Happy
จงไล่ตามความฝันเพื่อความสุขที่แท้จริง

จงไล่ตามความฝันเพื่อความสุขที่แท้จริง

คุณเคยมีความคิดที่จุดประกายจินตนาการของตัวเองซึ่งสร้างความตื่นเต้นและเติมเต็มแสงสว่างแห่งความหวังในทุกอณูของร่างกายหรือไม่? บางทีอาจเป็นสิ่งที่คุณต้องการทำหรือบางแห่งที่คุณอยากจะไป แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นความคิดที่สดใสก็เริ่มจะหมองมัว ความคิดที่เคยชัดแจ้งกลับดูดซึมสิ่งสกปรกที่ทำให้คุณเริ่มตระหนักว่านี่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย

1. ยอมรับการสงสัยและไม่แน่ใจในความสามารถของตนเองแต่ก็ต้องพร้อมลุยไปข้างหน้า

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นกับฉัน ฉันมีความคิดที่จะทำโปรเจ็กต์ในอนาคต ตอนนั้นฉันรู้สึกมีพลังมากแต่เมื่อเวลาผ่านไปความไม่แน่นอนบวกกับความขี้เกียจก็ทำให้ “ความคิดดีๆ” หยุดอยู่แค่ตรงนั้น ฉันจะไม่แนะนำให้ไล่ตามความฝันทุกอย่างที่ปรากฏขึ้นอยู่ในหัวแต่อย่างน้อยคุณควรมั่นใจว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นคุ้มค่าที่จะลงมือทำ เราสามารถคุยกับตัวเองได้นานเท่านาน วิเคราะห์และพิจารณาเหตุผลทุกอย่างว่าทำไมจึงอาจไม่ได้ผลและเหตุใดสิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นจริง” จึงขวางทางคุณ หลายสิ่งหลายอย่างก็อาจดูเพ้อฝันมากไปหน่อยเพราะมันอยู่ห่างจากสิ่งที่เรารู้และคุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราทำไม่ได้สักหน่อย

เมื่อสามปีก่อนฉันได้ไล่ตามความคิดแปลกๆของตัวเองและยอมทิ้งงานประจำซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวเพื่อลองออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ฉันไม่มีแผนการใดๆทั้งสิ้นและอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากนั้นฉันก็พบว่าตัวเองกำลังเดินทางไปยังนิวซีแลนด์โดยที่ไม่มีตั๋วกลับ ฉันได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่าความฝันของคนๆหนึ่งอาจเป็นความจริงของใครอีกคนหนึ่งเนื่องจากแต่ละคนมีวิถีชีวิตที่ต่างกัน

2. จงเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเอง

มีอยู่ฉากหนึ่งในภาพยนตร์ยุค 1980 เรื่อง Supergirl เธอถูกขับไล่ไปยังแฟนทอมโซนและทางเดียวที่จะหนีออกไปได้คือหลุมขนาดยักษ์ซึ่งคล้ายกับว่ามีกระแสน้ำวนอยู่ด้วย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขณะที่เธอกำลังปีนเธอเหนื่อยมากและทำท่าจะร่วง เธอร้องออกไปว่า “ฉันทำไม่ได้” แต่โชคดีที่ Zaltar คว้ามือเธอไว้ได้ทัน เขาตอบกลับไปนิ่งๆว่า “เธอทำได้อยู่แล้ว” ในที่สุดเธอก็ออกจากหลุมได้สำเร็จและกู้โลกเอาไว้ได้ ประเด็นคือการบอกตัวเองว่า “เราทำไม่ได้” ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะแม้แต่ Supergirl ยังนึกสงสัยในความสามารถของตนเองเลย ด้วยเหตุนี้เราจึงหาเรื่องที่จะยอมแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำเลยด้วยซ้ำ ฉันพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามฉันรู้ว่าตัวเองมีโอกาสที่จะควบคุมสิ่งต่างๆได้ในยามที่รู้สึกว่ามันถูกต้อง

3. จงกล้าพอที่จะเชื่อในสิ่งที่ไม่แน่นอน

มีเส้นกั้นบางๆระหว่างการโง่แบบขาดสติกับความกล้าที่จะเสี่ยง แต่ฉันเชื่อว่าชีวิตคงดีกว่านี้ถ้าเราพุ่งเป้าไปที่เหตุผลว่าทำไมเราจึงทำได้..แทนที่จะเป็นทำไมเราจึงทำไม่ได้ น่าเสียดายฉันไม่ได้เป็นเพื่อนกับ Zaltar ดังนั้นคำพูดของเขาจึงไม่ใช่กำลังใจที่ฉันสามารถเข้าถึงได้ แต่ฉันชอบที่จะถามตัวเองแทนว่า “อะไรคือสิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้?” หากคำตอบคือความตาย การไม่มีบ้าน หรือความอดอยาก คุณก็ควรครุ่นคิดให้มากกว่านั้น แต่ถ้าคำตอบคือความผิดหวัง การตัดสิน ความล้มเหลว และความกลัว งั้นก็ดำดิ่งลงไปเลย จงขายบ้านและใช้ชีวิตอยู่บนเรือในคลองเถอะถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องการอยู่เสมอ หรือลาออกจากงานในตำแหน่งการเงินเพื่อเปิดร้านคัพเค้ก หรือไม่ก็อาศัยโบกรถคนอื่นไปเที่ยวทั่วยุโรป แม้ว่าชีวิตอาจจะห่วย ความเป็นจริงอาจจะไม่สนุกเท่ากับในความฝัน คุณอาจต้องเสียทั้งเงินและเวลา แต่นี่ก็อาจจะเป็นสิ่งดีที่สุดเท่าที่คุณเคยทำเลยก็ได้ คุณไม่มีทางรู้หรอกจนกว่าจะได้ลอง สิ่งสำคัญที่สุดคือถ้าคุณต้องการ..เชื่อเถอะว่าคุณต้องทำได้อยู่แล้ว!

Blogger : Louise Jackson

Source : youqueen.com