Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Differences Between Busy People and Productive People
11 ข้อแตกต่างระหว่างผู้ที่งานยุ่งกับผู้ที่ทำงานเก่ง

ข้อแตกต่างระหว่างผู้ที่งานยุ่งกับผู้ที่ทำงานเก่ง

ใครๆก็รู้ว่าผู้ที่งานยุ่งมีลักษณะเช่นไร พวกเขามักจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอด มีท่าทีวิตกกังวล ชอบถอนหายใจ หรือวิ่งพล่านทั่วออฟฟิศ ที่สำคัญนิยมพูดคำว่า “ตอนนี้ฉันยังไม่ว่าง” อย่างไรก็ตามมีคำพูดเก่าแก่เปรียบเทียบระหว่างการทำงานหนักกับการทำงานอย่างชาญฉลาดและด้านล่างคือข้อแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้

1. ผู้ที่ทำงานเก่งจะมีมุมมองในเรื่องการทำงานแตกต่างออกไป

ผู้ที่งานยุ่งจะสนใจแต่เรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำงานให้เสร็จและมักถามว่า “งานต่อไปคืออะไร?” ขณะที่ผู้ที่ทำงานเก่งจะถามว่า “อะไรคือสิ่งที่สามารถสร้างกำไรสูงสุดให้กับองค์กรได้?”

2. ผู้ที่ทำงานเก่งจะเข้าใจว่างานใดสำคัญจริงๆ

งานด่วนไม่ใช่งานที่สำคัญที่สุดเสมอไป ผู้ที่ทำงานเก่งจะเข้าใจจุดประสงค์ของงานดี ดังนั้นเลิกเสียเวลากับพฤติกรรมที่ไม่ได้ผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น การประชุมทางโทรศัพท์และการประชุมที่เปล่าประโยชน์ ต่อให้คุณสามารถทำงานได้ขณะที่ประชุมทางโทรศัพท์ไปด้วยก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำงานเก่งแต่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณควรเลิกโทรศัพท์ได้แล้ว

3. ผู้ที่ทำงานเก่งจะจัดลำดับความสำคัญของงานได้

เมื่อคุณเข้าใจแล้วก็ได้เวลาจัดลำดับความสำคัญและลงมือปฏิบัติ ผู้ที่งานยุ่งจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่มีมูลค่าต่ำให้แก่บริษัท หากต้องการยกระดับตัวเองควรหาเวลาสัก 10 นาทีในแต่ละวันเพื่อวางแผนงานล่วงหน้า ตอนแรกคุณอาจต้องจัดการงานที่เร่งด่วนก่อนเพื่อที่คุณจะได้ไม่ถูกไล่ออก จากนั้นค่อยจัดลำดับความสำคัญของงานในวันถัดไปและสุดท้ายก็เลือกงานที่จะทำให้คุณได้ก้าวหน้าต่อไป

4. ผู้ที่ทำงานเก่งจะใส่ใจในรายละเอียด

นี่คือข้อแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างผู้ที่ทำงานเร็วกับผู้ที่ทำงาน “สำคัญ” อย่างเหมาะสม ผู้ที่ทำงานเร็วมีแนวโน้มจะพลาดรายละเอียดสำคัญบางอย่างไปเนื่องจากเมื่อทำงานหลายอย่างก็อาจทำให้เสียสมาธิตามไปด้วย ขณะเดียวกันผู้ที่ทำงานเก่งจะค่อนข้างเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วนมาก แม้ว่าจะทำงานได้น้อยกว่าแต่ก็มีประสิทธิภาพมากกว่า

5. ผู้ที่ทำงานเก่งจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรกล่าวคำปฏิเสธ

คุณควรหยุดคิดสักครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบรับงานที่ไม่เร่งด่วนหรือไม่จำเป็น อย่ารู้สึกผิดกับการกล่าวคำปฏิเสธเนื่องจากคุณจำเป็นต้องรักษาเวลาและพลังงานของตัวเองในการทำงานทุกอย่างให้เสร็จ

6. ผู้ที่ทำงานเก่งจะไม่ปล่อยให้อีเมลเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตในแต่ละวัน

การนั่งจ้องอีเมลถือเป็นอีกพฤติกรรมหนึ่งที่บั่นทอนศักยภาพในการทำงานยุคปัจจุบัน อย่าลืมว่าอีเมลเป็นแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของการทำงาน ทางที่ดีคุณควรปิดการดาวน์โหลดอีเมลอัตโนมัติ ปิดการแจ้งเตือน และเริ่มเปิดดูตามเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น

7. ผู้ที่ทำงานเก่งจะรู้จักมอบหมายงาน

หากคุณต้องการความช่วยเหลือก็อย่าเก็บเงียบไว้ จงรู้จักมอบหมายงานให้คนอื่นที่สามารถทำได้ดีกว่าหรือเสียต้นทุนน้อยกว่าและคุณจะพบว่าตัวเองมีสมาธิในการทำงานอื่นๆมากขึ้น

8. ผู้ที่ทำงานเก่งจะหลีกหนีความวุ่นวาย

ยิ่งมีเอกสาร หนังสือ และสื่อการอ่านรายรอบตัวคุณมากเท่าไหร่ สมองของคุณก็จะเต็มไปด้วยข้อมูลต่างๆมากเท่านั้น คุณจะรู้สึกเครียดกับทุกอย่างที่ “ควรทำ” และทำให้คุณเสียสมาธิในการทำงาน

9. ผู้ที่ทำงานเก่งจะจัดสรรเวลาในการวางแผนและพัฒนาตนเอง

ผู้ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะจัดตารางเวลาไว้ล่วงหน้าและปฏิบัติตามแผนการนั้นๆ ที่สำคัญพวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ตอบสนองอีเมลหรือวาระการประชุมของคนอื่น

10. ผู้ที่ทำงานเก่งจะมองภาพรวม

พนักงานที่มีประสิทธิภาพในการทำงานส่วนใหญ่จะเข้าใจว่างานแต่ละชิ้นสอดคล้องกับเป้าหมายโดยรวมของบริษัทอย่างไร ขณะทำงานพวกเขาจะคิดไปล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรือวิธีแก้ไขพวกเขาสามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่ควรช้าหรือหยุดหรือเปลี่ยนขั้นตอนเพื่อประหยัดเวลาและเงินในระยะยาว

11. ผู้ที่ทำงานเก่งจะมองหาวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการทำงาน

การทำงานเร็วยังไม่พอ คุณจำเป็นต้องก้าวถอยหลังและพิจารณาว่ามีวิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้โดยประหยัดเวลาหรือพลังงานมากกว่านี้ไหม? อาจจะใช้เครื่องมือหรือเทคนิคที่แตกต่างไปจากเดิม รับรองว่าสุดท้ายแล้วคุ้มค่าแน่นอน

Blogger : Kelsey Manning

Source : levo.com