Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Anxious People Are Better Coworkers – Here’s Why
การศึกษาหนึ่งพบว่าข้อดีของคนที่ขี้วิตกกังวลคือทำงานเก่ง

การศึกษาพบว่าข้อดีของคนขี้วิตกกังวลคือทำงานเก่ง

โรควิตกกังวลมักจะพบเห็นได้ทั่วไป อันที่จริงชาวอเมริกันมากกว่า 40 ล้านคน (หรือร้อยละ 18.1 ของประชากรทั้งหมด) มีอาการของโรควิตกกังวลรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆด้วย ว่าแต่อาการวิตกกังวลเหล่านี้จะเป็นข้อดีบ้างได้ไหม? ปรากฏว่าคนขี้วิตกกังวลกลับมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ทำให้พวกเขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในที่ทำงานได้ หากคุณป่วยเป็นโรควิตกกังวลขั้นรุนแรงฉันจะไม่บอกว่า “หัดมองโลกในแง่ดีสิ” แต่เชื่อหรือไม่ว่าความวิตกกังวลของคุณนี่แหละคือพลังมหาศาลที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ยิ่งวิตกกังวลยิ่งมุมานะทำงานหนัก

การศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่มีอาการวิตกกังวลระดับสูงจะทุ่มเททำงานมากกว่าผู้ที่มีอาการวิตกกังวลน้อยกว่าเนื่องจากคุณไม่ต้องการทำให้เพื่อนร่วมงานผิดหวังและอยากให้คนอื่นๆคิดว่าคุณมีความสามารถนั่นเอง

ระแวดระวังอันตราย

อาการวิตกกังวลเป็นเรื่องปกติและทำให้เรารู้จักระวังอันตรายทุกประเภทที่ต้องเผชิญในชีวิตเพื่อป้องกันตัวเอง ขณะเดียวกันบางครั้งผู้ที่มีอาการวิตกกังวลจะตอบสนองต่อ “อันตราย” เกินเหตุ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งทักทายเพื่อนอีกคนว่า “ไงสบายดีไหม?” แต่กลับทักทายคุณแค่ว่า “ไง” และตลอดทั้งวันนั้นคุณเอาแต่สงสัยว่าทำไมเพื่อนร่วมงานคนนั้นถึงเกลียดคุณ เมื่อคุณรู้สึกวิตกกังวลในที่ทำงานลองใช้เวลาสักครู่หนึ่งคิดว่า “คุ้มไหมที่จะยอมเสียพลังจิตตรงนี้ไป?” จงฟังเสียงลางสังหรณ์ของตัวเองและหลบลี้ไปให้ห่างจากอันตรายซะ

ความวิตกกังวลจงเจริญ

เมื่อคุณเป็นคนขี้วิตกกังวลต้องมีอยู่อย่างหนึ่งที่คุณถนัด? ก็ความวิตกกังวลไง! ฉันขับรถเร็วไปหรือเปล่า? ฉันจะตายในการจราจรนี้ไหม? วันนี้ชีวิตของฉันจะจบลงแบบไหน? แต่การเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับผู้อื่นนั้นเป็นข้อดีและยังช่วยยืดอายุของคุณได้ด้วย ผู้ที่มีอาการวิตกกังวลจะไม่ค่อยหาเรื่องให้ตัวเองไปตกอยู่ในพื้นที่อันตราย

เปลี่ยนความวิตกกังวลให้เป็นพลัง

แม้ว่าความวิตกกังวลจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งในที่ทำงานแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องปล่อยความคิดให้อยู่เหนือการควบคุมสักหน่อย เนื่องจากคนขี้วิตกกังวลมีแนวโน้มว่าจะมีความเครียดสูง..เรื่องนี้จึงไม่น่าแปลกใจ ความเครียดเรื้อรังคือสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะซึมเศร้า และอาจทำให้โอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นด้วย แถมยังส่งผลต่ออาการเจ็บปวดและระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามคุณสามารถเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นพลังมหาศาลได้ซึ่งมีอยู่วิธีหนึ่งที่ทำได้ง่ายๆ นั่นคือจงตื่นเต้นซะ! การศึกษาหนึ่งในปี 2013 ชี้ว่า “การประเมินความรู้สึกนึกคิดคือเครื่องมืออันทรงพลังที่จะช่วยเปลี่ยนสภาวะความเครียดในทางลบให้กลายเป็นทางบวก” เมื่อคุณรู้สึกวิตกกังวลก็มีแนวโน้มที่จะคิดถึงแต่ผลลัพธ์ร้ายๆ แต่เมื่อคุณรู้สึกตื่นเต้นก็มีแนวโน้มที่จะคิดถึงแต่สิ่งดีๆ การบอกตัวเองว่างานที่อยู่ในมือนั้นน่าตื่นเต้นจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของคุณอย่างรวดเร็ว คุณอาจไม่ได้นึกถึงแต่ผลลัพธ์ดีๆแต่อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้สนใจแต่ผลลัพธ์ในทางลบ ดังนั้นเมื่ออาการวิตกกังวลของคุณเริ่มที่จะอยู่เหนือการควบคุมคุณควรบอกตัวเองสั้นๆด้วยคำว่า “จงตื่นเต้น” แม้ว่าจะฟังดูประหลาดแต่มันก็สามารถเปลี่ยนทัศนคติของคุณได้ ความวิตกกังวลจะส่งผลต่อคนเราเกือบทุกคน ดังนั้นไม่ควรคิดว่าคุณเป็นพนักงานที่เลวที่แย่ เมื่อใดที่คุณรู้จักนำความวิตกกังวลของตัวเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เมื่อนั้นคุณจะกลายเป็นคนที่เก่งที่สุดในที่ทำงานเลยนะ..ทุกครั้งด้วย

Blogger : Amber Petty

Source : greatist.com