Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ความวิตกกังวลไม่ใช่การกังวลมากเกินไป
แต่เป็นการห่วงใยมากเกินไป

ความวิตกกังวลไม่ใช่กังวลเกินไปแต่ห่วงใยมากเกินไป

คุณเป็นคนขี้กังวลใช่หรือไม่? คุณมักจะวิเคราะห์ทุกสถานการณ์และประเมินผลลัพธ์นับไม่ถ้วนใช่ไหม? คุณรู้สึกว่าการปฏิเสธคนอื่นเป็นเรื่องยาก? คุณคิดมากถ้าอีกฝ่ายไม่ส่งข้อความกลับมา? คุณคิดว่าหลายคนไม่ชอบคุณและทำให้ความสัมพันธ์ของคุณไม่ค่อยประสบความสำเร็จ? คุณชอบจินตนาการถึงการสูญเสียและความตาย? คุณรู้สึกว่าการปล่อยวางเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก? หากคุณตอบว่าใช่มากกว่า 3 คำถามก็เป็นไปได้ว่าคุณอาจเป็นโรควิตกกังวลและจำไว้ว่านี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกวิตกกังวล

1. ความวิตกกังวลคือการแสวงหาความสมบูรณ์แบบ

มีข้อแตกต่างระหว่างความต้องการที่จะสมบูรณ์แบบกับความต้องการที่จะถูกมองว่าสมบูรณ์แบบ ผู้ป่วยโรควิตกกังวลจะตกอยู่ในภาวะที่ต้องทำสิ่งต่างๆให้สมบูรณ์แบบ..แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขาต้องการให้คนอื่นมองว่าพวกเขาสมบูรณ์แบบและประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ทว่าเมื่อสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นพวกเขาก็จะปฏิเสธและด่าทอตัวเองอย่างรุนแรง หากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยดีพอ จงเปลี่ยนข้อความเป็น..คุณดีพอแล้ว

2. ความวิตกกังวลคือความห่วงใยที่มากเกินไปเล็กน้อย

เราทุกคนล้วนรักคนอื่นในระดับที่แตกต่างกัน แต่บางครั้งความรักของเราก็อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดเมื่อเราแสดงความรัก ความกังวล และความห่วงใยมากเกินไป ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้เรากลายเป็นคนขี้วิตกกังวลและจินตนาการถึงสถานการณ์รุนแรงที่ทำให้ผู้คนที่เรารักเจ็บปวด ตกอยู่ในอันตราย หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต เราจะเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจหรือตื่นตระหนก ทางที่ดีตั้งสติและถอยหลังกลับมาก่อน สังเกตความผิดพลาดของตัวเองและทำจิตใจให้ผ่อนคลาย จากนั้นทุกอย่างก็จะกลับสู่สภาพปกติ

3. ความวิตกกังวลจะพยายามควบคุมสิ่งต่างๆเนื่องจากเราสูญเสียการควบคุมตนเอง

ความรู้สึกวิตกกังวลไม่ต่างจากการอยู่บนรถไฟความเร็วสูง เรารู้สึกราวกับว่าทุกอย่างในชีวิตกำลังจะพังทลายและเราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ผู้ที่มีความวิตกกังวลจึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ พวกเขาจะกุมบังเหียนไว้แน่นเนื่องจากหากหลุดมือไปพวกเขาก็จะรู้สึกสูญเสียขั้นมโหฬาร ดังนั้นการทำสมาธิจึงมีประโยชน์ เพียงตั้งจิตให้แน่วแน่และกำหนดลมหายใจเข้าออก 5 นาทีคุณก็จะฝ่าวิกฤติไปได้แล้ว

4. ความวิตกกังวลจะทำให้คุณกระสับกระส่ายทั้งกลางวันและกลางคืน

ลองนึกถึงการมีสภาพจิตใจที่ฟุ้งซ่านไม่ต่างจากฝนดาวตกสิ คุณคิดมากและกังวลไปทุกเรื่องในชีวิตเพื่อพยายามทำจิตใจให้เงียบสงบ ความรู้สึกกระสับกระส่ายต่อเนื่องคืออาการหนึ่งของโรควิตกกังวล หนึ่งในกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเมื่อคุณไม่สามารถนั่งนิ่งๆหรือสงบสติอารมณ์ได้ก็คือการออกไปวิ่ง จงจำไว้ว่าความวิตกกังวลหมายถึงความเครียดและความเครียดที่มากเกินไปก็จะทำให้คุณเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้นจงเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ หรือขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพเมื่อคุณรู้สึกว่าจิตใจของตัวเองเริ่มฟุ้งซ่านและวิตกกังวล

Blogger : Rima Pundir

Source : lifehack.org