Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Why You Should Add Olive Oil to Your Lemonade
3 ข้อดีของน้ำมันมะกอกที่คุณไม่ควรมองข้าม

ข้อดีของน้ำมันมะกอกที่ไม่ควรมองข้าม

จากข้อมูลสถิติของสภาน้ำมันมะกอกนานาชาติเมื่อปี 2015 พบว่าชาวอเมริกันใช้น้ำมันมะกอกเพียงปีละหนึ่งลิตรเท่านั้น ขณะที่ชาวกรีกใช้ 12.5 ลิตร ส่วนสเปนกับอิตาลีใช้ 11.5 และ 9.3 ลิตรตามลำดับ เนื่องจากชาวอเมริกันนิยมน้ำมันคาโนลากับน้ำมันพืชมากกว่า และด้านล่างนี้คือเคล็ดลับ 3 ข้อที่คุณควรจำให้ขึ้นใจเมื่อนำน้ำมันมะกอกมาใช้ในการประกอบอาหาร

1

น้ำมันมะกอกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง..
เราหมายความอย่างนั้นจริงๆ

อันที่จริงชาวยุโรปนิยมใช้น้ำมันมะกอกเป็นเครื่องปรุงอาหารมากกว่าไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น รวมถึงขนมหวาน เช่น ไอศกรีมเกลือหรือสเต็ก นอกจากนี้ยังใส่ลงไปในซุป ทาขนมปัง ราดปลาแซลมอน หรือผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ค็อกเทล น้ำส้ม และน้ำมะนาว เพื่อรสชาติเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ส่วนการใส่น้ำมันมะกอกลงไปในก้อนน้ำแข็งเพื่อเพิ่มรสชาติให้แก่น้ำเปล่าก็สามารถทำได้เช่นกัน ขณะเดียวกันน้ำมันมะกอกก็มีสรรพคุณในเรื่องความงาม เช่น ช่วยเพิ่มความเงางามให้แก่เส้นผมหรือเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง เป็นต้น

2

น้ำมันมะกอกมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมหาศาล

การมองเห็นชาวยุโรป “รูปร่างผอม” บริโภคน้ำมันมะกอกถือเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจมาก ทว่านี่ไม่ใช่วัฒนธรรมของชาวอเมริกันเนื่องจากชาวอเมริกันเชื่อว่าการบริโภคน้ำมันมะกอกมากเกินไปจะทำให้อ้วน อย่างไรก็ตามน้ำมันมะกอกคือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อสุขภาพและมีประโยชน์ตั้งแต่ลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ไปจนถึงต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า โรคกระดูกพรุน และโรคมะเร็งบางชนิด ในปี 2005 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็ยังสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่ว่าน้ำมันมะกอกอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ด้วยเมื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคไขมันอิ่มตัวรวมถึงไม่เพิ่มปริมาณแคลอรี่เข้าไปอีก นอกจากนี้สารโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องเซลล์ของคุณจากความเสียหาย อีกทั้งยังมีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบ มีสารโอลีโอแคนธัลซึ่งทำหน้าที่เหมือนกับไอบูโพรเฟน การศึกษาล่าสุดในวารสาร Molecular Biology ชี้ว่ากรดโอเลอิกซึ่งเป็นกรดไขมันสำคัญของน้ำมันมะกอกสามารถยับยั้งการเติบโตของโมเลกุลในเนื้องอกสมองได้ และยังมีการค้นพบอีกว่าน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษจะช่วยปกป้องสมองจากสารพิษที่ทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ สุดยอดจริงๆ

3

น้ำมันมะกอกไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด

น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษเป็นน้ำมันสกัดเย็นซึ่งไม่ผ่านสารเคมีหรือความร้อนใดๆทั้งสิ้น..ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารที่มีประโยชน์ และรสชาติดั้งเดิมยังอยู่ครบถ้วนทุกอย่างต่างจากน้ำมันผ่านกรรมวิธีที่ไร้รสไร้กลิ่น อย่างไรก็ตามกลิ่นรสของน้ำมันมะกอกอาจแตกต่างกันได้ตามประเทศต้นกำเนิด ชนิดของมะกอก หรือแม้แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่เพาะปลูก ยกตัวอย่างเช่นหากปลูกมะกอกในตูนิเซียก็เป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นรสของอัลมอนด์เนื่องจากมีการปลูกอัลมอนด์อยู่ใกล้เคียง ขณะที่ถ้าเป็นสเปนอาจมีกลิ่นรสของมะเขือเทศ ฉลากบนขวดน้ำมันมะกอกก็สามารถบอกได้ถึงคุณภาพของมันซึ่งมีทั้งน้ำมันแบบผสมหรือมาจากแหล่งผลิตเพียงแห่งเดียว เราสามารถพิจารณาจากประเทศต้นกำเนิด แคว้นที่ผลิต และวันเก็บเกี่ยว ทั้งนี้คุณควรเลือกวันเก็บเกี่ยวที่เพิ่งผ่านมาล่าสุด..ต่างจากไวน์ที่ต้องบ่มนานๆ อันที่จริงยิ่งมีรายละเอียดบนฉลากมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ส่วนใหญ่ผู้ผลิตมักจะโอ้อวดสรรพคุณผลิตภัณฑ์ของตัวเองโดยการใส่รายละเอียดลงไปบนฉลากให้ได้มากที่สุด

Blogger : Nicole Briese

Source : brit.co