Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Why Weight Lifting for Weight Loss is No Joke for Super Fast Results
เหตุใดการยกน้ำหนักเพื่อลดน้ำหนักจึงเห็นผลอย่างรวดเร็ว

เหตุใดการยกน้ำหนักเพื่อลดน้ำหนักจึงเห็นผลรวดเร็ว

ในบทความนี้เราจะพาไปล้วงลึกเกี่ยวกับการยกน้ำหนักซึ่งคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน การยกน้ำหนักคืออะไร? นี่คือรูปแบบของการยกน้ำหนักที่จะนำมาพิจารณาในบทความนี้

  1. การยกน้ำหนักโอลิมปิก (ท่า Snatch ท่า Power Clean ท่า Jerk ท่า Front Squat)
  2. การแข่งขันแบบ Powerlifting (ท่า Back Squat ท่า Bench Press ท่า Deadlift)
  3. การแข่งขันแบบ Powerbuilding (ท่า Over Head Press ท่า Bent Over Row)
  4. การออกกำลังกายแบบ CrossFit (ท่า Snatch ท่า Power Clean ท่า Front Squat ท่า Over Head Press ท่า Jerk)

คุณอาจสังเกตว่าการเพาะกายไม่ได้รวมอยู่ในนี้ด้วย แต่มีคำว่า ‘Powerbuilding’ แทน Powerbuilding คือการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและระบบประสาทส่วนกลางขณะที่การเพาะกายจะเน้นเฉพาะการขยาย/การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อมัดเล็ก

การยกน้ำหนักเพื่อลดน้ำหนัก..ทำได้อย่างไร?

การยกน้ำหนักขึ้นอยู่กับจำนวนน้ำหนักที่คุณยก คูณด้วยจำนวนครั้ง คูณด้วยจำนวนเซ็ต สูตรง่ายๆนี้จะทำให้คุณรู้ปริมาณในแต่ละวันและเมื่อคูณด้วยหนึ่งสัปดาห์ก็จะได้ปริมาณในแต่ละสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่น ท่า Squat 5 เซ็ตคูณจำนวน 5 ครั้ง x 150 ปอนด์ = 3,750 ปอนด์ หากต้องการลดน้ำหนักโดยการยกน้ำหนักคุณต้องทำให้ได้อย่างน้อยเท่ากับปริมาณโดยรวมในแต่ละวันหรือสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่นคุณตั้งเป้าหมาย 10,000 ปอนด์ในแต่ละสัปดาห์ ดังนั้นการยกน้ำหนักในสัปดาห์นั้นควรจะเท่ากับ 10,000 ปอนด์ เมื่อคุณออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กระบวนการเผาผลาญในร่างกายของคุณจะเริ่มเร่งความเร็วเพื่อใช้พลังงานหรือเผาผลาญไขมันและยังรวมถึงการฟื้นฟูร่างกายด้วย

การยกน้ำหนักทำงานอย่างไร?

การยกน้ำหนักมีประโยชน์ 3 ข้อได้แก่

  1. พัฒนาระบบหัวใจและหลอดเลือด
  2. ช่วยในเรื่องการทำงานของกระบวนการเผาผลาญ
  3. กระตุ้นการพัฒนาของฮอร์โมนเจริญเติบโต

การศึกษาในปี 2006 ได้สำรวจฮอร์โมนเจริญเติบโตรูปแบบต่างๆใช้กระบวนการทดสอบและหลักการเวทเทรนนิ่งที่แตกต่างกัน ปรากฏว่าบทบาทของฮอร์โมนเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผู้หญิงมีความซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ ต่อมากลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิลได้ศึกษาว่าความหนักในการยกน้ำหนักนั้นส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเจริญเติบโตหรือไม่ พวกเขาวัดค่ากรดแลกติกและฮอร์โมนเจริญเติบโตของผู้เข้าร่วมทั้ง 16 คนก่อนที่จะออกกำลังกาย จากนั้นก็ตรวจสอบระดับของสารเหล่านี้อีกครั้งหลังออกกำลังกาย 30 นาที ทั้งระดับของกรดแลกติกและฮอร์โมนเจริญเติบโตสูงกว่าผู้ชายที่ยกน้ำหนัก 3 วินาที แต่หลังออกกำลังกาย 15 นาทีระดับฮอร์โมนเจริญเติบโตของผู้ยกน้ำหนักที่เน้นการยืดกล้ามเนื้อออกกลับสูงกว่าผู้ที่ยกน้ำหนักเร็วๆถึง 17 เท่า

วิธีเริ่มฝึกการยกน้ำหนัก

คุณสามารถดาวน์โหลดแอป Strong Lifts เพื่อบันทึกข้อมูลการยกน้ำหนักของตัวเองได้ หรือไม่ก็โปรแกรมอย่าง The Texas Method by Mark Rippetoe และ 5-3-1 by Jim Wendler หากต้องการคำแนะนำก็แวะเข้าไปได้ที่เว็บไซต์ BodyBuilding.com หรือ T-Nation.com ขณะเดียวกัน YouTube ก็มีวิดีโอและคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการยกน้ำหนักมากมาย! นอกจากนี้ฉันยังขอแนะนำการอดอาหารเป็นช่วงเข้าไปในกิจวัตรประจำวันของคุณด้วยโดยเริ่มจาก 16-18 ชั่วโมงในทุกๆ 2-3 วันเพื่อกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญและการผลิตฮอร์โมนเจริญเติบโตรวมถึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักด้วย

สรุป

ไม่ว่าคุณจะสนใจการยกน้ำหนักอย่าง CrossFit หรือเบาๆลงมาหน่อยอย่างการยกน้ำหนักโอลิมปิกหรือ Powerlifting เชื่อได้เลยว่าหากคุณมีความสม่ำเสมอและซื่อสัตย์กับตัวเองไม่นานคุณจะต้องเห็นผลอย่างแน่นอน!

Blogger : Adam Evans

Source : lifehack.org