Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ในสังคมเราทุกวันนี้ควรพูดคุยเกี่ยวกับ
ภาวะซึมเศร้ากันอย่างจริงจังได้แล้ว

ควรพูดคุยเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้ากันอย่างจริงจังได้แล้ว

คนภายนอกอาจมองว่า Amanda Leventhal นักศึกษามหาวิทยาลัยมิสซูรี่มีทุกอย่างพร้อมแล้วไม่ว่าจะเรียนเก่ง มีเพื่อนดี และได้เข้าร่วมกลุ่มขับร้องประสานเสียงของมหาวิทยาลัย ที่สำคัญเธอไม่มีลักษณะอาการของ “โรคซึมเศร้า” เลย แต่จริงๆแล้วเธอกำลังต่อสู้กับโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้าอยู่

โฆษณาการต่อต้านโรคซึมเศร้ากับภาพวาดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าในยุคสมัยนิยมมักจะถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเดียวกัน เช่น การปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อนหรือกิจกรรมที่ชอบ อาการนอนไม่หลับ และการร้องไห้ แม้ว่าจะมีสัญญาณเตือนแต่ปัญหาคือมีคนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ยกตัวอย่างเช่น Kristen Bell และ Allison Schmitt นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานของคุณที่เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นหรือเพื่อนสนิทของคุณที่เพิ่งหมั้นกับคนรัก พวกเขาเหล่านี้อาจกำลังต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าระดับสูงแต่เก็บความเศร้าไว้เป็นความลับและไม่มีใครรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติ..จนกระทั่งบางครั้งก็สายเกินไป

ระดับสูงกับระดับต่ำ

ภาวะซึมเศร้าระดับสูงคือการที่คนๆหนึ่งเมื่อมองจากภายนอกนั้นดูเหมือนว่าไม่เป็นอะไรเลยแต่ภายในของพวกเขากลับมีอารมณ์โศกเศร้าอย่างรุนแรง หลายคนมักจะพูดว่า “ระดับสูง” ดีกว่า “ระดับต่ำ” แต่ไม่จริงหรอกเนื่องจากสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีอาการของภาวะซึมเศร้าแม้ว่าพวกเขาจะปิดกั้นตัวเองอยู่ก็ตาม

การต่อสู้แบบเงียบๆ

Leventhal กล่าวว่า “เรียงความสาธารณะเกี่ยวกับการต่อสู้กับโรคเหล่านี้ใช้เวลาเขียนนานหลายปี ฉันต้องใช้เวลาคิดสักพักหนึ่ง กลางดึกคืนหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาและนอนไม่หลับก็เลยตัดสินใจเขียนทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” ปรากฏว่าเพื่อนๆของเธอตกใจมากและเธอรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อพูดถึงภาวะซึมเศร้า

Landau กล่าวว่านี่เป็นเรื่องทั่วไปสำหรับผู้หญิง เราต้องการดูแลตัวเองและบางส่วนก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ แต่จริงๆนี่คือปัญหาใหญ่ ภาวะซึมเศร้ากำลังจะกลายเป็นสาเหตุหลักของความพิการทั่วโลกซึ่งเกิดจากการโหมงานหนัก การไม่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน และ (อาจ) ทำให้เป็นโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน เป็นต้น ดังนั้นนาทีที่พวกเขาเปิดใจบอกเรื่องนี้กับเพื่อนๆ พวกเขาก็หวังที่จะได้ยินคำว่า “ฉันด้วย” หรือ “น้องสาวของฉันก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน” หรือ “แม่ของฉันก็เป็น” หรือ “เพื่อนสนิทอีกคนของฉันก็เป็น”

วิธีอื่นๆในการสังเกตภาวะซึมเศร้า

Leventhal อธิบายว่า ฉันจะรู้สึกหงุดหงิดซึ่งเป็นเรื่องปกติทั่วไป คุณอาจมีเพื่อนที่อารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลาหรือคนที่ถูกมองว่า ‘บ้า’ แต่จริงๆแล้วภายในของพวกเขากำลังต่อสู้อยู่ ส่วนสัญญาณอื่นๆคืออารมณ์ขุ่นมัว..หากนั่นไม่ใช่นิสัยปกติของพวกเขา แล้วคุณจะพูดกับเพื่อนที่เชื่อว่าเป็นโรคซึมเศร้าอย่างไรดี? แค่ใช้คำถามง่ายๆอย่าง “สบายดีไหม?” และรอฟังว่าพวกเขาต้องการอะไร ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทางที่ดีคุณควรมาพร้อมกับคำแนะนำ เช่น นักบำบัดที่มีชื่อเสียงหรือแอปพลิเคชั่นอย่าง Headspace เพื่อใช้ฝึกสมาธิ และวิธีอื่นๆอีกมากมาย เพราะเหตุนี้ไงถึงน่าเศร้าที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะยอมขอความช่วยเหลือจากใคร

Blogger : Well+GOOD

Source : huffingtonpost.com