Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Why Eating Salmon Is So Damn Good For Your Skin
เหตุใดการรับประทานปลาแซลมอนจึงดีต่อผิวของคุณ

เหตุใดการรับประทานปลาแซลมอนจึงดีต่อผิว

ปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งว่ากันว่าสามารถป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้หรือแม้แต่ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน หากคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพเหล่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวคุณให้หันมารับประทานปลาแซลมอนได้ บางทีคุณประโยชน์เพื่อผิวสวยอาจจะเปลี่ยนใจคุณแทนได้

ปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารที่ดีต่อสุขภาพผิวซึ่งหากไม่มีความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้อง (เช่น ปริมาณปรอทในระดับสูง) คนเราก็คงเลือกที่จะรับประทานปลาชนิดนี้ทุกวัน กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปลาแซลมอนมีประโยชน์ต่อผิวหนังเนื่องจากมันจะช่วยบรรเทาอาการอักเสบที่อาจทำให้คอลลาเจนกับอีลาสตินเสียหายได้ โดยปกติผิวหนังจะมีน้ำมันตามธรรมชาติซึ่งจะช่วยกักเก็บและสร้างความชุ่มชื้นอยู่เสมอ เมื่อไขมันดีในร่างกายมีปริมาณที่สูงมันจะช่วยหล่อเลี้ยงผิวและทำให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เองผิวพรรณของคนเราจึงเปล่งปลั่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 จะกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวหนังซึ่งจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นและทำให้ผิวพรรณดูอ่อนนุ่ม ขณะที่วิตามินดีในปลาแซลมอนจะทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีที่เป็นอันตราย แถมยังมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวและซ่อมแซมผิวรวมถึงปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระด้วย

เหตุใดกินปลาแซลมอนจึงดีต่อผิว

ปลาแซลมอนมีส่วนประกอบของสารแอสตาแซนทินหรือคีโต-แคโรทีนอยด์ซึ่งทำให้เนื้อปลาแซลมอนมีสีชมพูและสารดังกล่าวก็มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านการอักเสบด้วย การศึกษาปี 2012 พบว่าสารแอสตาแซนทินได้ช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และทำให้ผิวพรรณเรียบเนียน หากคุณสงสัยว่าคุณควรรับประทานปลาแซลมอนมากเท่าไหร่จึงจะได้รับคุณประโยชน์เหล่านั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าปลาแซลมอนขนาดหนึ่งฝ่ามือสัปดาห์ละ 3 ครั้งนั้นมากเพียงพอแล้ว แต่ถ้ารับประทานมากกว่านั้นก็อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายได้ ทั้งนี้คุณควรรับประทานเนื้อปลาแซลมอนแบบไร้ไขมันกับผลไม้เพื่อเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านการอักเสบ (เช่น บลูเบอร์รี่ซึ่งช่วยในการบำรุงสมองและมะเขือเทศซึ่งเป็นอาหารผิวชั้นดี) ปลาแซลมอนทั้งจากธรรมชาติและจากฟาร์มจะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 แต่ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับสารเติมแต่ง (เช่น เม็ดสี) คุณก็สามารถเลือกซื้อปลาแซลมอนออร์แกนิกที่อยู่ตามธรรมชาติได้ ส่วนในกรณีที่ว่าคุณควรรับประทานดิบหรือปรุงสุก ขอบอกว่ามีประโยชน์ทั้งคู่ แม้ว่าการอบจะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าทำให้สูญเสียกรดไขมันโอเมก้า 3 ไป แต่การทำให้สุกเกินไปก็ไม่ควรเช่นกัน หากปลาแซลมอนไม่ถูกจริตของคุณ สมาคมโรคหัวใจสหรัฐแนะนำว่าปลาแมคเคอเรล ปลาเฮร์ริง ปลาซาร์ดีน และปลาทูน่าครีบยาวก็อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่นกัน แต่ถ้าคุณไม่ชอบปลาชนิดใดๆเลย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็มีประโยชน์มากไม่แพ้กัน

Blogger : Julia Brucculieri

Source : huffingtonpost.com