Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

เมื่อการหาหมอเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ
และบางครั้งก็รู้สึกแย่เอามากๆ เราควรทำอย่างไร?

เมื่อการหาหมอเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ เราควรทำอย่างไร

การป่วยเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะเมื่อเรารู้สึกแย่ เราต้องการคำตอบและวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ แต่น่าเสียดายที่เวลา 15 นาทีในการพบแพทย์มักจะเป็นการชี้แจงอาการที่ไม่ชัดเจน หากฟังดูคุ้นๆแปลว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณคนเดียว เห็นไหมว่าการเป็นผู้ป่วยช่างเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสมากจริงๆ

คุณควรรู้เกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง

หนึ่งในหลักพื้นฐานของการแพทย์แบบองค์รวมคือแนวคิด “คนไข้เปรียบเสมือนครู” ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงการเคารพสัญชาตญาณและความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและเป็นการบ่งบอกว่าแพทย์กับคนไข้มีความเท่าเทียมกันทั้งในด้านความรู้และประสบการณ์ของแต่ละคน แต่ในการเป็นครูที่ดีคุณต้องเชี่ยวชาญเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองและนี่คือเคล็ดลับเพื่อให้คุณมีสิทธิมีเสียงในการตัดสินใจสำหรับนัดครั้งต่อไป

1. ใส่ใจ

ร่างกายของคนเราจะส่งคำบอกใบ้ต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพตลอดทั้งวันและทั้งคืน ดังนั้นจงใส่ใจกับทุกสิ่ง เช่น อาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย การย่อยอาหาร ความอยากน้ำตาล และสมองตื้อ ทางที่ดีควรจดบันทึกเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไป กิจกรรมต่างๆ และความรู้สึกของคุณ คุณอาจจะมองเห็นรูปแบบและแนวโน้มที่เป็นประโยชน์สำหรับตัวเองและแพทย์ของคุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่าสิ่งที่จะทำให้แพทย์หงุดหงิดคือผู้ป่วยที่คาดหวังว่าแพทย์จะรู้ถึงอาการของพวกเขาโดยที่ไม่มีการบอกข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม ดังนั้นหากมีอาการคุณควรบอกว่าเจ็บหรือแจ้งตำแหน่งที่เกิดขึ้นในร่างกายและอธิบายรายละเอียดให้มากที่สุด อย่าลืมว่าแพทย์ไม่ใช่ผู้มีพลังจิตหรือผู้วิเศษ

2. มีความรับผิดชอบ

งานวิจัยชี้ว่าแม้คนไข้จะได้รับรายงานเกี่ยวกับอาการของตัวเอง แต่กลับมีคนไข้น้อยกว่าครึ่งที่เข้าใจถึงแนวทางในการรักษา อันที่จริงสุขภาพของใครก็ถือเป็นภาระหน้าที่ของคนๆนั้น ด้วยเหตุนี้คุณจึงควรมีความกระตือรือร้น มั่นใจ และไม่ต้องรอให้คนอื่นมารับผิดชอบสุขภาพของคุณ

3. เขียนประวัติสุขภาพของตัวเอง

แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยแต่ก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่น่าทึ่ง คุณควรเริ่มต้นจากวัยเด็กและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทั้งหมดจนถึงช่วงเวลาปัจจุบัน การรักษาแต่ละครั้งเริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ หรือถ้าให้ดีกว่านั้นลองเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับสภาวะอารมณ์ สภาพแวดล้อม และสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ณ ช่วงเวลานั้นด้วย ครั้งต่อไปเมื่อถึงเวลานัดกรุณาพกประวัติเล่มนี้ติดตัวไปด้วย! ไม่ว่าใครก็ควรจดบันทึกประวัติการใช้ยา อาหารเสริม รวมถึงสาเหตุและช่วงเวลาที่คุณรับประทานด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้แพทย์ได้ใช้ในการติดตามข้อมูล

4. เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

คุณจะรู้สึกสังหรณ์ใจเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นควรแลกเปลี่ยนความคิดและตั้งคำถามกับแพทย์ของคุณ แพทย์ที่ดีจะให้คำแนะนำอย่างกระตือรือร้นไม่ใช่หมางเมิน หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเอาใจใส่เท่าที่ควร ขอแนะนำให้เริ่มมองหาที่อื่น

5. หาแพทย์ที่รับฟัง

หากคุณกำลังมองหาแพทย์ประจำตัวคนใหม่ ลองติดต่อไปยังที่ทำงานของเขาและดูว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร หากคุณต้องถือสายรอเป็นเวลานานกว่า 20 นาทีหรือคำถามและความกังวลของคุณถูกมองข้าม คุณอาจจะต้องมองหาที่อื่นต่อไปอีก ระบบการแพทย์อาจยุ่งยากเกินไป และยิ่งมีโรคมากมายเกิดขึ้นบนโลกใบนี้การวินิจฉัยและการรักษาโรคก็ยิ่งมีการเตรียมพร้อมน้อยลง คนเราไม่ได้มีแค่โรคเดียวที่สามารถรักษาได้ง่ายอีกต่อไป ดังนั้นจงมองหาแพทย์ที่รับฟังและเห็นคุณค่าของคุณ

Blogger : Gretchen Lidicker

Source : mindbodygreen.com