Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

What Happens To Your Body When Your Purse Is Too Heavy
จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อกระเป๋าของคุณหนักเกินไป

จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อกระเป๋าหนักเกินไป

เราทุกคนคือตัวการของการแบกกระเป๋าที่หนักเกินไป ทั้งกระเป๋าโท๊ทใบยักษ์ที่รองรับสิ่งของจำเป็นของเราทั้งหมด เนื่องจากเรามักจะถูกสอนไว้ว่าให้รู้จักเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้เราจึงชอบยัดข้าวของใส่กระเป๋าให้ล้นไว้ก่อน แล้วถ้าเราแบกกระเป๋าหนักๆเหล่านี้เป็นเวลานานหลายชั่วโมง คุณคิดว่ามันจะไม่ส่งผลต่อร่างกายของเราเลยเหรอ? งั้นมาดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเมื่อกระเป๋าของคุณหนักเกินไป รวมถึงเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงปัญหาที่น่ารำคาญเหล่านี้ในอนาคต

เคล็ดขัดยอกและตึงเครียด

การแบกกระเป๋าหนักจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกาย แล้วหนักเท่าไหร่จึงจะเรียกว่าหนักล่ะ? นักสรีรวิทยา แซมมี่ มาร์โก้ ได้ทำการทดลองกับกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 21-55 ปี เธอชั่งน้ำหนักกระเป๋าของพวกเขาและพบว่ามีน้ำหนักตั้งแต่ 3.5-10 กิโลกรัมซึ่งเท่ากับน้ำหนักตัวของทารกแรกเกิด-อายุ 1 ขวบ หากเราแบกกระเป๋าน้ำหนักเท่านี้เป็นประจำก็ไม่แปลกที่เราจะรู้สึกปวดเมื่อยมาก ที่สำคัญเมื่อนานไปก็จะก่อให้เกิดความตึงเครียดและอาการเคล็ดขัดยอกด้วย กระเป๋าหนักๆจะทำให้กล้ามเนื้อในกระดูกสันหลังของคุณทำงานเพื่อชดเชยน้ำหนักจนทำให้เกิดแรงกดบริเวณหลังส่วนล่างมากขึ้น ยิ่งขาดความสมดุลก็ยิ่งทำให้อวัยวะที่อยู่ต่ำกว่าไหล่ต้องทำงานหนักมากขึ้น

ปวดศีรษะ

สาเหตุที่ทำให้ปวดศีรษะเนื่องจากกล้ามเนื้อจะถูกบังคับให้ช่วยรองรับน้ำหนัก เมื่อกล้ามเนื้อช่วงไหล่กับคอมีการหดเกร็งก็จะทำให้เกิดอาการปวดด้านหลังกะโหลกศีรษะซึ่งแผ่กระจายมาด้านหน้า หากกระเป๋าของคุณหนักกว่า 4.5 กิโลกรัมก็อาจส่งผลกระทบ และถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองมักจะปวดศีรษะข้างเดียวก็เป็นไปได้ว่าเกิดจากน้ำหนักของกระเป๋า

ท่าเดินเสียการทรงตัว

ผลกระทบอีกอย่างที่เห็นได้บ่อยเมื่อคุณแบกกระเป๋าหนักเกินไปนั่นคือร่างกายโดยรวมเสียสมดุล เนื่องจากการแบกกระเป๋าสะพายไว้ที่ไหล่ข้างเดียวจะรบกวนการเดินปกติหรือการแกว่งแขนและขาตามธรรมชาติ และเมื่อถ่วงน้ำหนักไว้บนร่างกายข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานานก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวตามธรรมชาติได้และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสมดุลโดยรวมของร่างกาย

หมายเหตุ : รองเท้าส้นสูงก็สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อสมดุลของร่างกายได้เช่นกันและจะยิ่งแย่ขึ้นไปอีกหากมีเรื่องของน้ำหนักกระเป๋าร่วมด้วย

กล้ามเนื้อไหล่และคอตึง

กระเป๋าของเราสามารถทำให้กล้ามเนื้อทราพีเซียสที่อยู่ด้านบนหัวไหล่หดเกร็งและตึง จากนั้นก็เคลื่อนไปยังฐานของลำคอ ซึ่งทำให้บริเวณหลังส่วนบน ไหล่ และลำคอรู้สึกแข็งไปหมด ส่วนผลกระทบระยะยาวก็อาจทำให้เกิดอาการ “คอแข็งตรง” และมีแนวโน้มเป็นโรคข้อต่ออักเสบรวมถึงโรคข้อต่ออักเสบในลำคอด้วย เนื่องจากคอของพวกเขาถูกบังคับให้แบกรับน้ำหนักเป็นระยะเวลานาน

สังเกตท่าทางของคุณ

วิธีแก้คือคุณควรหากระเป๋าใบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าปล่อยให้เกินกว่า 3.5 กิโลกรัม จากนั้นลองส่องกระจกเมื่อคุณสะพายกระเป๋า หากท่าทางของคุณดูแปลกไป เช่น ไม่สามารถยืนตรงได้หรือต้องใช้ความพยายามที่จะยืนตรง นั่นล่ะคือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีปัญหา หากคุณสะพายกระเป๋าไว้บนไหล่ข้างใดข้างหนึ่ง คุณควรมีกระเป๋าอีกใบไว้ถ่วงน้ำหนักกัน แต่พยายามอย่าให้หนักเกินไปทั้งสองข้างไม่งั้นอาจทำให้เกิดอาการตึงเครียดโดยรวม

เลือกกระเป๋าใบใหม่

บางครั้งทางแก้ง่ายๆก็คือการหากระเป๋าใบใหม่ที่ดีสำหรับร่างกายของคุณ คุณควรเลือกกระเป๋าที่มีสายกว้างเนื่องจากความกว้างของสายจะทำให้พื้นที่สัมผัสกว้างขึ้นและกระจายน้ำหนักได้เท่ากัน นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องร่างกายตั้งแต่ลำคอไปถึงแขนซึ่งค่อนข้างละเอียดอ่อนในแง่ของการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการแบกรับน้ำหนักมาก ดังนั้นสายกระเป๋าควรมีความกว้างอย่างน้อยสองนิ้วเพื่อช่วยในการกระจายน้ำหนักให้เท่าๆกัน ขณะที่สายแคบจะทำให้เกิดแรงกด

หาเวลาเพื่อการฝึกความแข็งแรง

หาเวลาฝึกร่างกายและเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้สามารถรองรับกระเป๋าใบใหญ่ได้ นอกจากหลังส่วนล่างกับหน้าท้องแล้วกระดูกหัวไหล่ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน การออกกำลังกายที่สามารถรักษาอาการเหล่านี้ได้คือการใช้สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพหรือการออกกำลังกายในสระว่ายน้ำ เริ่มจากหุบต้นแขน งอข้อศอก 90 องศา หันฝ่ามือเข้าหากันจนเกือบจะแตะกัน ค่อยๆแยกมือทั้งสองออกไปด้านข้าง เกร็งกระดูกหัวไหล่ จากนั้นก็กลับไปที่ตำแหน่งเริ่มต้น ทำซ้ำ 2 เซ็ทๆละ 10 ครั้งทุกวันหรือวันเว้นวัน

ลดจำนวนข้าวของเครื่องใช้ลง

ได้เวลาประนีประนอมกันแล้ว ไม่มีใครอยากทิ้งกระเป๋าคู่ใจหรอกแต่เราก็จำเป็นต้องให้ร่างกายหยุดตึงเครียด ง่ายๆเพียงหมั่นทำความสะอาดกระเป๋าสัปดาห์ละครั้งและใส่ของใช้ส่วนตัวต่างๆในช่องกระเป๋าข้างในทุกช่องเพื่อให้น้ำหนักกระจายไปเท่าๆกัน ที่สำคัญชีวิตของคุณก็จะดูมีระเบียบมากขึ้น ฟังดูวิน-วินสำหรับเราทุกคนนะ!

Blogger : Mary Madormo

Source : thelist.com