Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

6 วิธีวางแผนมื้ออาหารตลอดสัปดาห์ด้วยตัวเอง
เพื่อจะได้เลิกกินอาหารขยะซักที!

วิธีวางแผนมื้ออาหารด้วยตัวเองเพื่อเลิกกินอาหารขยะ

หากคุณนิยมเลี้ยวรถเข้าไปซื้ออาหารในช่องไดรฟ์ทรูหลังจากที่ทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งวันหรือเบื่อหน่ายกับการไปจ่ายตลาดและเตรียมอาหารแล้วล่ะก็ โปรดอ่านเคล็ดลับการจัดเตรียมอาหารที่จะทำให้ค่ำคืนอันแสนวุ่นวายของคุณกลายเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขกันดีกว่า ดูเหมือนว่าการวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้นจะเป็นภารกิจที่ยาวนานและน่ากลัว แต่การจัดเตรียมอาหารอย่างเป็นระบบจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและพลังงาน คุณไม่จำเป็นต้องเร่งรีบไปหาซื้อเนื้อสัตว์ ผัก หรือพิซซ่าแช่แข็งในทุกๆเย็นเพราะทุกอย่างได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้วน่ะสิ! หากคุณต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนมื้ออาหารก็ลองปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้

1. รวบรวมสูตรอาหารและเก็บไว้ หากคุณเป็นคนชอบพลิกเปิดตำราอาหารหรือหาแรงบันดาลใจใหม่ๆในการทำอาหารเพื่อสุขภาพ ลองเผื่อเวลาในการจัดตารางและคิดค้นอาหารสูตรใหม่ๆ แต่ก่อนอื่นคุณต้องรวบรวมสูตรอาหารและเก็บไว้ในตำแหน่งที่หาได้ง่ายในยามที่ต้องการ

2. จดรายการวัตถุดิบที่ต้องการใช้ อย่าเดินพล่านไปทั่วร้านพร้อมกับพยายามนึกสูตรอาหารไปด้วย คุณควรจดรายการวัตถุดิบที่ต้องการใช้ทั้งสัปดาห์ เริ่มจากสำรวจข้าวของในตู้เย็น ช่องฟรีซ และตู้กับข้าวให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังร้านขายของชำ ขีดฆ่ารายการของที่มีอยู่แล้วเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเสียเงินหรือเวลาในการเลือกซื้อวัตถุดิบที่ไม่จำเป็น!

3. เตรียมทุกอย่างให้พร้อมเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่กลับมาจากร้านขายของชำแล้ว อย่าวางข้าวของเหล่านั้นทิ้งไว้เฉยๆ ขณะที่ยังมีแรงและเวลาคุณควรลงมือล้างและหั่นผัก เตรียมเนื้อและนำไปแช่แข็งหรือจัดเตรียมส่วนผสมต่างๆไว้ด้วยกันเพื่อความสะดวกในการเตรียมอาหารมื้อค่ำ

4. ติดรายการอาหารไว้ หากคุณมีสมาชิกในครอบครัวเป็นคนช่างเลือกหรือจู้จี้จุกจิก คุณควรให้พวกเขาเขียนรายการอาหารที่ต้องการไว้ในห้องครัว ไม่ว่าจะเป็นการเขียนไว้บนกระดานดำ หรือมีพื้นที่สำหรับติดสูตรอาหาร หรือติดรายการไว้บนตู้เย็น ซึ่งวิธีนี้ก็จะทำให้คุณจำรายการอาหารที่ต้องเตรียมได้เช่นกัน!

5. จดบันทึกรายการอาหาร การฝึกทำอาหารสูตรใหม่ๆจำเป็นต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ ศิลปะในการจัดเตรียมอาหารก็เช่นกัน คุณควรจดบันทึกรายการอาหารที่สมาชิกในครอบครัวของคุณชอบหรือไม่ชอบเอาไว้ รวมถึงอาหารที่คุณจะทำในครั้งต่อไปด้วย และถ้าอาหารเพียงพอสำหรับมื้อเที่ยงในวันถัดไปก็อย่าลืมจดบันทึกไว้ด้วย!

6. จดจำตารางอาหารไว้ให้ขึ้นใจ หากคุณต้องพาลูกไปเรียนเต้นหรือเข้าชมการแข่งขันกีฬา คุณควรเลือกรายการอาหารในคืนนั้นให้ง่ายกว่าในช่วงเย็นที่ไม่ติดธุระอะไร

Blogger : Kelsey Patterson

Source : skinnymom.com