Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

I Tried A 2-Week Sleep Cleanse. Here’s What Happened
ปฏิวัติการนอนใหม่ 2 สัปดาห์กับผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์

ปฏิวัติการนอนใหม่ 2 สัปดาห์กับผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์

การนอนไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับฉันเนื่องจากปกติฉันเป็นพวกนอนดึกอยู่แล้วและมักจะคลานขึ้นเตียงเวลาประมาณตี 1-2 เป็นประจำ ทุกเช้าลูกๆจะมาปลุกฉันจากนั้นฉันก็จะเข้าครัวชงกาแฟและสัญญากับตัวเองว่าคืนต่อไปฉันจะเข้านอนให้เร็วกว่านี้ ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย ฉันติดใจความเงียบสงบภายในบ้าน เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะใส่หูฟัง นั่งฟังเพลงและขีดเขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อย การนอนหลับสำหรับฉันก็เหมือนกับการกินผักคะน้าหรือการกระโดดเชือกซึ่งแม้ว่าจะดีต่อสุขภาพแต่ฉันก็มีหลายสิ่งสารพันที่ต้องทำมากกว่า

ปรากฏว่าฉันไม่ได้เป็นแบบนี้เพียงคนเดียว ยังมีชาวอเมริกันอีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้นอนหลับคืนละ 7-8 ชั่วโมง ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ก็กล่าวว่าการอดนอนกลายเป็นโรคระบาดทางสาธารณสุขไปซะแล้ว การอดนอนจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง ส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ รวมถึงเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า บอกตามตรงฉันยังไม่รู้สึกว่าควรนอนเร็วขึ้น ทุกวันนี้น้ำหนักตัวของฉันเพิ่มขึ้นตามมาด้วยโรคนอนไม่หลับ แต่ฉันก็ไม่ได้มองข้ามหลักฐานว่าการนอนหลับมีบทบาทสำคัญในการควบคุมน้ำหนักควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย การอดนอนจะทำให้ระดับคอร์ติซอลเพิ่มขึ้นซึ่งทำให้เกิดการสะสมไขมันรอบๆลำตัว นอกจากนี้ความเหนื่อยล้าจะยิ่งทำให้การออกกำลังกายยากขึ้นกว่าเดิมขณะที่ความตั้งใจก็จะลดต่ำลงหากคุณนอนไม่พอ

แม้ว่าฉันจะเกลียดการนอนหลับแต่หัวค่ำแต่ฉันก็เป็นนักออกกำลังกายตัวยง ล่าสุดฉันเพิ่งเข้าร่วมการวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (ระยะทาง 21 กิโลเมตร) เป็นครั้งแรกและปัจจุบันกำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับครั้งที่สองอยู่ นอกจากนี้ฉันยังเลือกรับประทานผัก แบ่งสัดส่วนให้เหมาะสม และเน้นบริโภคโปรตีน แต่น้ำหนักตัวของฉันก็ยังไม่ขยับลงสักทีและตอนนี้หุ่นของฉันเป็นทรงแอปเปิ้ล ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจลองปฏิบัติภารกิจ “ปฏิวัติการนอนภายใน 7 วัน” ซึ่งเป็นการล้างพิษพฤติกรรมการนอนหลับนั่นเอง

ที่ผ่านมาฉันไม่เคยมองว่าการอดนอนเป็นปัญหาเลย แต่จู่ๆฉันก็รู้สึกว่าการนอนเพียงคืนละ 5 ชั่วโมงนั้นน่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของฉัน และถ้าคำเตือนเกี่ยวกับรอบเอวของฉันเป็นเรื่องจริง งั้นก็เป็นไปได้ว่าโรคเบาหวานและความตายน่าจะเริ่มปรากฏขึ้นมาลางๆแล้วล่ะ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจลองปฏิวัติการนอนของตัวเองเสียทีซึ่งต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ เริ่มจากเข้านอนเวลาเดิมทุกคืนๆละ 7-8 ชั่วโมง

ปฏิวัติการนอน

จากการนอนคืนละ 5 ชั่วโมงไปเป็นอย่างน้อย 7 ชั่วโมงนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ คืนแรกฉันเข้านอนตอนสี่ทุ่มครึ่งแต่นอนไม่หลับเลย ฉันนอนมองเพดาน จ้องโทรศัพท์ และจับหมอนไปมาซึ่งเกือบชั่วโมงแน่ะกว่าที่ฉันจะเริ่มง่วงแต่สุดท้ายฉันก็นอนหลับนาน 7 ชั่วโมงเต็ม พอตื่นมาในตอนเช้าฉันรู้สึกสดชื่นมากแต่ยังมึนๆเล็กน้อย พอผ่านคืนแรกไปได้คืนต่อไปก็ง่ายขึ้นเยอะแต่การเข้านอนก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี ฉันรู้สึกผิดที่ปิดคอมพิวเตอร์ก่อนเที่ยงคืน ฉันยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องทำนะ! ด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องทำงานส่วนใหญ่ให้เสร็จตั้งแต่ตอนกลางวันแทนที่จะรอให้ถึงห้าทุ่ม หากต้องการปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จฉันต้องปรับตารางงานทุกอย่างใหม่หมด ตั้งกรอบเวลาในการทำงานแต่ละชิ้นให้ชัดเจน บอกเลยว่าฉันรู้สึกผ่อนคลายลงมากและไม่เครียดที่ต้องส่งงานให้ทันกำหนดเส้นตายแล้ว แถมนิสัยการผลัดวันประกันพรุ่งของฉันก็ลดน้อยลงไปด้วย

การเข้านอนเร็วยังช่วยกำจัดพฤติกรรมการกินขนมนมเนยตอนกลางคืนของฉันอีกด้วย เหตุผลง่ายๆเพราะว่าฉันไม่ตื่นตอนเที่ยงคืนอีกแล้วและในช่วงกลางวันฉันก็ไม่ค่อยกินจุบจิบด้วย เมื่อผ่านไปประมาณ 10 วันฉันรู้สึกอ้วนฉุน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดแต่น้ำหนักตัวก็ยังเท่าเดิมอยู่ดี จนกระทั่งครูฝึกส่วนตัวของฉันทักว่า “คุณวิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเหรอ? ดูผอมลงนะ” ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านในวันนั้นฉันก็เดินไปหยิบสายวัดแล้วก็รู้ว่ารอบเอวของฉันลดลงไปตั้ง 1 นิ้ว! เป็นเพราะงดกินขนมตอนกลางคืนหรือฮอร์โมนความเครียดที่ลดลงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันต้องยอมรับว่าการเข้านอนเร็วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่ชอบเข้านอนเร็วอยู่ดีแต่ฉันยอมรับว่าการนอนหลับนั้นมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Blogger : Kara Wahlgren

Source : prevention.com