Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

This Type of Exercise May Help Relieve Depression
การออกกำลังกายแบบไหนกันนะที่ช่วยบรรเทาภาวะซึมเศร้าได้

ออกกำลังกายแบบไหนที่ช่วยบรรเทาภาวะซึมเศร้าได้

การศึกษาล่าสุดพบว่าการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น การยกน้ำหนักและการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อนั้นจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆของภาวะซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ยังทำให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคเรื้อรังอื่นๆได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากการศึกษานี้ขึ้นอยู่กับการวิจัยในอดีตจึงไม่สามารถยืนยันหรือพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุกับผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือได้ แต่การวิจัยอื่นๆชี้แนะว่าการออกกำลังกายสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของสมอง สร้างเซลล์สมองใหม่ๆ และกระตุ้นการผลิตสารที่ทำให้อารมณ์ดีอย่างเอ็นโดรฟินได้โดยการเพิ่มปริมาณเลือดไปหล่อเลี้ยงสมอง กลุ่มนักวิจัยได้ทำการสังเกตผู้เข้าร่วมการทดลองราว 2,000 คนโดยการหาผลกระทบจากการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านที่มีต่อภาวะซึมเศร้า ผลปรากฏว่าการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านจะช่วยปรับเปลี่ยนอาการต่างๆของภาวะซึมเศร้าให้ไปในทางที่ดีขึ้นได้ เช่น อารมณ์ ความสนใจในกิจกรรมต่างๆ และจิตสำนึกของคุณค่าในตนเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับอายุ เพศ ภาวะสุขภาพ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง หรือสมรรถภาพทางกาย และที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจะเกิดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางมากกว่าผู้ที่ไม่มีภาวะใดๆเลย

แม้ว่าเราไม่สามารถระบุได้ว่าการออกกำลังกายแบบใดที่เหมาะกับสุขภาพจิตของคุณมากที่สุด แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ติดต่อกัน 8-12 ครั้งควบคู่กับการออกกำลังกายแบบสร้างกล้ามเนื้อ 8-10 ครั้ง ขณะเดียวกันการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น การออกกำลังกายแบบแอโรบิค คาร์ดิโอและโยคะก็สามารถบรรเทาอาการต่างๆของภาวะซึมเศร้าได้ แน่นอนว่าปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน การยกน้ำหนักอาจไม่สามารถรักษาอาการของภาวะซึมเศร้าได้อย่างหายขาด ที่สำคัญหากคุณยังต้องต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าอยู่ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะหาแรงจูงใจในการเริ่มต้นออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ ทั้งนี้ผลการวิจัยล่าสุดได้เพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไปว่าการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสุขภาพจิตไปในทางที่ดีขึ้น

Blogger : Jamie Ducharme

Source : time.com