Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Things You Should Never Put In Your Drink
สิ่งใดไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

การตัดสินใจยากๆในชีวิตเรามองว่าเครื่องดื่มควรจะเป็นเรื่องง่ายทว่ากลับไม่ใช่อย่างที่คิดเสมอไป ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณใส่ลงไปในเครื่องดื่ม บางครั้งคุณก็ไม่ควรไปยุ่งกับมันและนี่คือเหตุผล

เลมอน

สิ่งใดไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

ลองถามตัวเองสิว่า “คุ้มค่าเสี่ยงที่จะป่วยไหม?” เนื่องจากคุณมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียจากเลมอนได้มากถึง 50/50 เช่น เชื้อเอ็นเทอโรคอคคัสซึ่งมักจะพบได้ในลำไส้ของมนุษย์ การศึกษาพบว่าเชื้อแบคทีเรียส่วนใหญ่จะอยู่รอดได้ในเครื่องดื่ม ดังนั้นนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าควรหลีกเลี่ยงเลมอนซะ

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

เพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและน้ำหนักตัว..คนส่วนใหญ่จึงเริ่มใส่น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลลงไปในเครื่องดื่มเนื่องจากเชื่อว่ามันมีสรรพคุณในการเผาผลาญไขมัน อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรใส่ในปริมาณน้อยเท่านั้นมิเช่นนั้นอาจมีผลข้างเคียงอย่าง “อาการขับเคลื่อนอาหารออกจากกระเพาะใช้เวลานานกว่าปกติ” ซึ่งทำให้ท้องอืดและรู้สึกคลื่นไส้ รวมถึงส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย นอกจากนี้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลยังทำลายชั้นเคลือบฟันและทำให้หลอดอาหารกับผิวหนังแสบไหม้ อีกทั้งอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดด้วยโดยเฉพาะยารักษาโรคเบาหวานและยาขับปัสสาวะ แถมเชื่อกันว่าน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลยังมีส่วนทำให้สูญเสียเนื้อกระดูกและระดับโพแทสเซียมต่ำในระยะยาว

ครีมเทียม

ครีมเทียมไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

การศึกษาพบว่าครีมเทียมจะมีน้ำตาลแปรรูปสูงโดยเฉพาะชนิดผงซึ่งมีไขมันทรานส์และน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ด้วยเหตุนี้คุณจึงควรหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง

น้ำตาล

น้ำตาลไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

คุณอาจคิดว่าการเติมน้ำตาลแค่หนึ่งช้อนโต๊ะในกาแฟตอนเช้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะบริโภคน้ำตาลถึง 19.5 ช้อนโต๊ะต่อวัน มากกว่าปริมาณที่แนะนำในแต่ละวันซึ่งเท่ากับ 6-9 ช้อนโต๊ะ ทางที่ดีคุณควรเปลี่ยนมารับประทานสารสกัดจากวานิลลาหรืออบเชยแทนน้ำตาล

น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

ACHC กล่าวว่าการรับประทานน้ำมันหอมระเหยไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะปริมาณเท่าไหร่ก็ตามและอาจส่งผลต่อการควบคุมสารพิษ ยกตัวอย่างเช่นแม้ว่าเปปเปอร์มินต์จะช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้แต่มินต์ชนิดอื่นอย่างเพนนีรอยัลกลับจะส่งผลเสียต่อตับของคุณ

เนยเหลวกับน้ำมัน

เนยเหลวกับน้ำมันไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

บรรดานักวิทยาศาสตร์รู้ดีว่าการดื่มกาแฟใส่เนยหนึ่งแก้วแทนการรับประทานอาหารคือการแทนที่วิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์ด้วยไขมันอิ่มตัวซึ่งจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นรวมถึงโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองกับโรคหัวใจด้วย

เม็ดไข่มุก

เม็ดไข่มุกไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

ณ เวลานี้ไม่มีอะไรมาแรงเท่ากับชานมไข่มุกอีกแล้ว แต่ปัญหาเดียวที่ทำให้ชานมไข่มุกเป็นตัวบั่นทอนสุขภาพของคุณก็คือไข่มุกซึ่งสกัดจากรากมันสำปะหลังนั่นเอง ไข่มุกเหล่านี้เป็นคาร์โบไฮเดรตและไม่มีวิตามินหรือเกลือแร่ใดๆทั้งสิ้น มันต้องต้มในน้ำตาลนานกว่าสามชั่วโมงและปริมาณไข่มุกเพียงหนึ่งในสี่แก้วจะเท่ากับ 160 แคลอรี่เลยทีเดียว

เครื่องดื่มชูกำลัง

เครื่องดื่มชูกำลังไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

การผสมเครื่องดื่มชูกำลังกับแอลกอฮอล์จะก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “เมาตาค้าง” และทำให้คุณเผลอดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติเนื่องจากคุณจะไม่รู้สึกว่าตัวเองเมา นอกจากนี้ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงต่างๆ เช่น โรคนอนไม่หลับ ใจสั่น มีอาการตื่นตระหนกและรู้สึกวิตกกังวล

น้ำเชื่อมแต่งกลิ่น

น้ำเชื่อมแต่งกลิ่นไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

หนึ่งหน่วยบริโภคของน้ำเชื่อมแต่งกลิ่นส่วนใหญ่อย่างโทรานี่จะมีปริมาณน้ำตาลมากถึง 19 กรัม! แต่ขณะเดียวกันทางเลือกอื่นๆที่ปราศจากน้ำตาลก็จะเพิ่มความอยากอาหารและทำให้ผู้คนรับประทานแคลอรี่มากกว่าเดิม

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

กลุ่มนักวิจัยพบว่าการใช้สารให้ความหวานติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างหญ้าหวานจะทำให้น้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้นรวมทั้งส่งผลเสียต่อเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานแย่ลง แถมยังมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและมะเร็งอีกด้วย

มะนาว (บางกรณี)

มะนาวไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

อาการแพ้ที่ชื่อว่า “ผื่นแพ้แสง” เกิดจากการที่แสงแดดทำปฏิกิริยากับสารเคมีในมะนาวซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดนึกว่าเป็นโรคผิวหนัง

การเติมคาร์บอเนต

การเติมคาร์บอเนตไม่ควรใส่ลงไปในเครื่องดื่ม

หากคุณมีอาการท้องอืดหรือรู้สึกอึดอัดหรือเป็นโรคลำไส้แปรปรวนก็ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีการเติมคาร์บอเนตเพื่อป้องกันอาการแย่ลงเนื่องจากฟองในเครื่องดื่มจะไปรบกวนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

Blogger : Debra Kelly

Source : mashed.com