Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Things You Need to Know About Butt Pimples
5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับสิวที่ก้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสิวที่ก้น

คุณอาจสังเกตเห็นตุ่มแดงคันคล้ายกับสิวปรากฏอยู่บนก้นราวกับว่าการมีสิวบนหน้ายังแย่ไม่พอ แน่นอนว่า “สิวที่ก้น” อาจเห็นไม่ชัดเท่ากับสิวปิศาจที่ผุดอยู่บนคาง แต่คุณก็คงอยากให้ก้นของคุณเนียนใสปราศจากสิวอยู่ดีแหละโดยเฉพาะเมื่อฤดูแห่งชุดว่ายน้ำกำลังเวียนมาถึง และนี่คือข้อควรรู้เกี่ยวกับสิวที่ก้นของคุณ

1. สิวที่ก้นจริงๆแล้วไม่ใช่สิว

สิวจะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือเชื้อแบคทีเรีย แต่สิวที่ก้นน่ะจริงๆแล้วคืออาการรากขนอักเสบต่างหาก รากขนอักเสบมักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ หรือเชื้อราโดยมีลักษณะเป็นตุ่มตื้นเล็กๆซึ่งอาจจะมีอาการคันหรือระคายเคืองด้วย

2. อาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกาย

เอาล่ะคุณรู้สาเหตุของการเกิดสิวที่ก้นแล้วคราวนี้ก็มาถึงวิธีกำจัดบ้าง เริ่มจากคุณควรอาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายซึ่งวิธีนี้จะช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียทุกชนิดที่อุดตันรูขุมขนหรือจะใช้ฟองน้ำหรือแปรงขัดตัวก็ได้

3. ไม่ควรบีบมัน

รู้ว่าคันมือแต่อย่าเลย พยายามปฏิบัติตามกฎ “ไม่บีบ” อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับผิวดีกว่า

4. ชุดออกกำลังกายชุ่มเหงื่อคือสาเหตุที่น่ากลัวที่สุด

เนื้อผ้าที่เปียกชื้นและชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อยีสต์และแบคทีเรีย ดังนั้นคุณควรเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าแห้งให้เร็วที่สุดหลังออกกำลังกาย ที่สำคัญอย่าลืมเช็ดอุปกรณ์ออกกำลังกายทุกครั้งโดยเฉพาะชิ้นที่อาจสัมผัสกับก้นของคุณอย่างเบาะจักรยานเช่นเดียวกับเสื่อโยคะและลูกบอลออกกำลังกาย

5. สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายและปลอดโปร่ง

การสวมกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ เลกกิ้ง และชุดชั้นในที่คับเกินไปอาจทำให้ผิวเสียดสีกันตลอดทั้งวันและระคายเคืองรูขุมขนโดยเฉพาะถ้าผิวของคุณเพิ่งผ่านการโกนหรือแว็กซ์มา การเสียดสีรุนแรงซึ่งเกิดจากการสวมเสื้อผ้าคับสามารถทำให้เกิดอาการรากขนอักเสบได้ ดังนั้นคุณควรสวมกางเกงวอร์มเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

6. ผลิตภัณฑ์รักษาสิวช่วยได้

โดยปกติอาการรากขนอักเสบมักจะหายไปเอง แต่ก็คงไม่ดีแน่ถ้าตุ่มคันเหล่านี้โผล่ขึ้นมาทั่วบั้นท้ายของคุณ ข่าวดีคือแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิวแต่ผลิตภัณฑ์รักษาสิวก็ยังสามารถช่วยได้ คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนประกอบของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ซึ่งจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว หากไม่ได้ผลก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะชนิดใช้ภายนอก

Blogger : Kara Wahlgren

Source : seventeen.com