Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

4 ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรค BDD
โรคทางจิตที่คิดว่าตนเองอ้วน ไม่สวย มีข้อบกพร่องตลอดเวลา

โรคทางจิตที่คิดว่าตนเองอ้วน ไม่สวย มีข้อบกพร่อง

บางครั้งก็เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง เช่น เมื่อคุณมีสิวเม็ดโต หรือคุณไม่ถูกใจผมทรงใหม่ หรือความคิดเห็นโจมตีรูปร่างหน้าตาของคุณ แต่ถ้าคุณรู้สึกอับอายรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองและเอาแต่เครียดอยู่กับมัน เป็นไปได้ว่าคุณอาจเป็นโรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติ (BDD) ผู้ป่วยโรค BDD จะต้องได้รับการรักษา “ข้อบกพร่อง” เหล่านั้น มิฉะนั้นอาการอาจเริ่มรุนแรงจนเริ่มทำให้ชีวิตของพวกเขาปั่นป่วน

ลอเรน สโมลาร์ ผู้อำนวยการโครงการของสมาคมการกินบกพร่องแห่งสหรัฐกล่าวว่า “โรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติไม่ใช่แค่ความรู้สึกไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเอง ผู้ป่วยโรค BDD จะเชื่อว่าข้อบกพร่องต่างๆมีอิทธิพลต่อการมองเห็นของผู้อื่นและพวกเขาอาจหมกมุ่นอยู่กับความพยายามในการ “แก้ไข” ปัญหานี้” กังวลว่าคุณหรือเพื่อนอาจป่วยเป็นโรค BDD หรือไม่? งั้นลองศึกษาดู

1. โรค BDD ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเนี้ยบเลย

หากคุณมีเพื่อนที่มักจะมาสายเนื่องจากใช้เวลาในการเตรียมตัวนาน คุณอาจคิดว่าเธอแค่เป็นคนที่ดูแลตัวเองสุดๆ แต่อันที่จริงนี่คือสัญญาณเตือนของโรค BDD ดังนั้นคุณควรสังเกตและหาเหตุผลว่าทำไมเพื่อนจึงใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานขนาดนั้น เธออาจมีนิสัยรักสวยรักงาม แต่ถ้าเธอรู้สึกอายหรือขัดเขินรูปลักษณ์ของตัวเองหรือพยายามปกปิดข้อบกพร่องที่แทบมองไม่เห็นเลย นั่นล่ะคือสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง หากคุณคิดว่าเพื่อนอาจป่วยเป็นโรค BDD จงจำไว้ว่าเธอไม่ได้หลงตัวเอง แต่เธอกำลังทุกข์ทรมานอย่างหนักและต้องการความช่วยเหลือจากคุณ

2. โรค BDD ไม่ใช่พฤติกรรมการกินบกพร่อง

ผู้ป่วยโรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติจะควบคุมน้ำหนักหรือรูปร่างของตัวเองในบางโอกาส ดังนั้นไม่แปลกถ้าเราจะเข้าใจผิดระหว่างโรค BDD กับพฤติกรรมการกินบกพร่อง แต่โรค BDD จะมีความซับซ้อนและมีอาการเดียวกับโรควิตกกังวลและโรคย้ำคิดย้ำทำ

โรค BDD คืออาการวิตกกังวลและสนใจแต่รูปลักษณ์ภายนอกของอวัยวะทุกส่วน..ไม่ใช่แค่ไขมันในร่างกายหรือน้ำหนักตัว ปัญหาภาพลักษณ์เป็นเรื่องปกติของผู้ที่มีพฤติกรรมการกินบกพร่อง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ป่วยเป็นโรค BDD จะมีพฤติกรรมการกินบกพร่อง ภาพลักษณ์อาจมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรค BDD แค่บางคนเท่านั้น และส่วนที่เหลืออาจพุ่งความสนใจไปที่รูปลักษณ์ภายนอกส่วนอื่นๆ เช่น ผิวพรรณ จมูก คิ้ว หรือขนตามร่างกาย ดังนั้นคุณควรเฝ้าระวังสัญญาณเตือน คุณอาจต้องพูดคุยกับเพื่อนหากเพื่อนมีอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้

  • เธอใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อบกพร่องของตัวเองแม้ว่าจะมีเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอยู่เลย
  • เธอพยายามปกปิดข้อบกพร่องต่างๆ เช่น ส่องกระจกหรือเติมเครื่องสำอางบ่อยๆ
  • เธอหลีกเลี่ยงการไปโรงเรียนหรือทำงานเนื่องจากกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง เช่น ยกเลิกแผนเมื่อมีสิวขึ้น
  • เธอเป็นทุกข์กับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองขั้นรุนแรง
  • เธอมักจะพูดถึงการศัลยกรรมเสริมความงามและเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดได้
  • เธอถามย้ำๆว่าเธอดูดีหรือยังเพื่อเสริมความมั่นใจให้แก่ตัวเอง

3. ผู้ป่วยโรค BDD บางคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรค BDD

ผู้ป่วยโรค BDD บางคนไม่คิดว่าตัวเองป่วยเป็นโรคนี้เพราะพวกเขาบิดเบือนมุมมองเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของตัวเอง ในทางกลับกันหากเพื่อนของคุณป่วยเป็นโรค BDD เธออาจทึกทักว่าทุกคนเห็น “ข้อบกพร่อง” ของเธอเหมือนกับที่เธอเห็น แปลได้ว่าภาพภายในใจของเธอไม่ตรงกับความเป็นจริง หากคุณคิดว่าเพื่อนกำลังป่วยเป็นโรค BDD แทนที่จะพยายามลดความวิตกกังวล (เช่น ฉันมองไม่เห็นตุ่มเล็กๆบนจมูกของเธอเลย) คุณควรหาทางแก้ที่สามารถช่วยเธอได้ เช่น ฉันสังเกตว่าเดือนนี้เธอยกเลิกนัดไปแล้วสามครั้งเพราะกังวลเรื่องผิว เป็นอะไรหรือเปล่า? หากพวกเขามีอาการของโรค BDD คุณควรอธิบายเกี่ยวกับโรคนี้และพฤติกรรมของพวกเขาที่ทำให้คุณรู้สึกกังวล จากนั้นก็อาสาช่วยเหลือเท่าที่คุณสามารถทำได้

4. โรค BDD มีความร้ายแรง

ไม่มีใครหรอกที่จะรู้สึกมั่นใจ 100% ตลอดเวลา แต่โรคคิดว่าตนเองมีรูปร่างหรืออวัยวะผิดปกติจะเป็นอันตรายมากหากไม่ยอมเข้ารับการตรวจหรือรักษา ดังนั้นอย่านิ่งนอนใจกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ บางครั้งคนเราอาจคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อยแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย โรค BDD มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูง ทางที่ดีหากคุณคิดว่าใครเป็นโรคนี้..ควรรีบนำตัวพวกเขาไปรักษาเพื่อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามความเหมาะสม

Blogger : Kara Wahlgren

Source : seventeen.com