Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

6 พฤติกรรมที่คุณทำได้ในตอนกลางคืน
เพื่อลดอาการอืดบวมแถมยังช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย

พฤติกรรมที่ทำตอนกลางคืนเพื่อลดอาการอืดบวม

แน่นอนว่ายามค่ำคืนคือช่วงเวลาที่เหมาะแก่การย่ำราตรี นอนดูซีรี่ส์ นั่งทำงาน หรือพูดคุยโทรศัพท์ แต่คุณรู้ไหมว่ายังมีข้อดีอะไรอีก? ลดน้ำหนักยังไงล่ะ เพียงปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้เพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมายมากขึ้น

รับประทานอาหารมื้อค่ำที่มีโซเดียมต่ำ

หากคุณต้องการตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกบวมอืดน้อยลง ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารจีนเนื่องจากเกลือจะตกค้างอยู่ในระบบของคุณตลอดทั้งคืนและเมื่อตื่นขึ้นมาคุณก็จะรู้สึกบวมอืดมากกว่าปกติ ทางที่ดีคือเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ผักต้มและโปรตีนไขมันต่ำซึ่งไม่ควรปรุงด้วยเกลือเด็ดขาด

ออกกำลังกายในตอนกลางคืน

คุณคงรู้อยู่แล้วว่าการเสียเหงื่อจะทำให้คุณลดน้ำหนักได้ แต่การออกกำลังกายใกล้กับเวลาเข้านอนก็สามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน โชคดีที่มันไม่ใช่เรื่องจริง! จากการวิจัยของมูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติเมื่อปี 2013 พบว่าประชากรร้อยละ 56-67 กล่าวว่าพวกเขานอนหลับสบายดีไม่ว่าจะออกกำลังกายเวลาไหนก็ตาม

เตรียมอาหารมื้อเที่ยงของวันถัดไป

จากการศึกษาในปี 2013 พบว่าอาหารในร้านอาหารทั่วไปจะมีปริมาณแคลอรี่มากกว่าที่คุณควรบริโภคเข้าไปในแต่ละมื้อถึงสองเท่า ในกรณีที่คุณพยายามลดน้ำหนักและต้องการบริโภคอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำ เราขอถามว่าช่วงเวลาเร่งด่วนในตอนเช้าจะมีใครบ้างที่มีเวลาทำอาหารมื้อเที่ยง? ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมอาหารมื้อเที่ยงตั้งแต่ในตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายสุขภาพ (เราชอบทำสลัดใส่ขวดโหลเตรียมไว้ล่วงหน้า)

ดื่มน้ำมากๆ

น้ำจะช่วยทำความสะอาดระบบของเราโดยการกำจัดของเสียที่คั่งค้างออกไปจากร่างกาย แต่ถ้าคุณไม่ต้องการตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อวิ่งเข้าออกห้องน้ำทั้งคืน (คุณภาพการนอนหลับที่ดีมีผลต่อการลดน้ำหนัก) ในช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้านอนคุณควรงดการดื่มน้ำ

ทำให้ห้องนอนมืดสนิท

ฮอร์โมนเมลาโทนินจะช่วยร่างกายในการผลิตไขมันสีน้ำตาลเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ เนื่องจากร่างกายของคนเราจะสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินเมื่อเราอยู่ท่ามกลางความมืดสนิท ดังนั้นคุณควรทำให้ห้องปลอดแสงสว่างอย่างเด็ดขาดเพื่อส่งเสริมการลดน้ำหนัก

ปรับอุณหภูมิก่อนเข้านอน

แนวคิดการเผาผลาญแคลอรี่ในขณะที่นอนหลับอาจฟังดูเป็นเรื่องเกินจริงไปหน่อย แต่การศึกษาจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาพบว่าผู้ที่นอนหลับในอุณหภูมิห้องประมาณ 19 องศาเซลเซียสจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าผู้ที่นอนหลับในอุณหภูมิห้องประมาณ 24 องศาเซลเซียสถึงร้อยละ 7 แม้ว่าจะแค่ร้อยละ 7 แต่มันก็คือข้อดีนะ!

Blogger : Annie Daly

Source : womenshealthmag.com