Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Things People With Chronic Insomnia Want You To Know
5 สิ่งที่ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับเรื้อรังต้องการบอกคุณ

สิ่งที่ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับเรื้อรังต้องการบอกคุณ

โรคนอนไม่หลับเป็นความผิดปกติด้านการนอนซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันมากถึงร้อยละ 10 ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับเรื้อรังจะมีปัญหาในการนอนอย่างน้อยสัปดาห์ละสามคืนและติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน แต่ถ้าคุณไม่เคยมีประสบการณ์นี้ก็อาจไม่เข้าใจว่าโรคนอนไม่หลับนั้นเป็นอย่างไร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนได้แนะนำการทำจิตบำบัดเพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ก็ยังมีการรักษาด้วยยาแต่ส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่ามักจะตามมาด้วยผลข้างเคียงที่น่ากลัว ปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้แก่ อาการทางสมอง อาการปวดเรื้อรัง ภูมิแพ้ ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ความวิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือพฤติกรรมการนอนที่ไม่ดี เช่น การนอนหลับๆตื่นๆ การเข้านอนไม่เป็นเวลา การใช้คอมพิวเตอร์หรือการจ้องหน้าจอที่มีแสงสว่างจ้าก่อนนอน การดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนมากเกินไปในช่วงเวลาใกล้เข้านอน ล่าสุดเราได้พูดคุยกับสมาชิกในเฟซบุ๊คซึ่งป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังและพวกเขาต้องการบอกให้คนอื่นรู้ว่าการที่ไม่ได้นอนพักผ่อนในตอนกลางคืนนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาอย่างไร

1. ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทุกๆด้าน

Rutigliano กล่าวว่าแม้ว่าทุกวันนี้โรคนอนไม่หลับจะยังมีผลอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่ก็สามารถควบคุมได้ ฉันพบว่าการปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดและใช้ยาตามที่แพทย์สั่งบวกกับการพยายามพักผ่อนในตอนกลางคืนเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับฉัน แต่บอกตามตรงว่าบางคืนฉันก็ใช้ยานอนหลับและออกไปวิ่งมาราธอนซึ่งเป็นคืนที่ฉันอยากอยู่กับความคิดของตัวเอง จมอยู่กับความเหนื่อยล้า และรอให้พระอาทิตย์ขึ้นเพื่อที่จะได้ไปทำงานและรู้สึกราวกับว่าตกนรกทั้งวัน

2. มีไม่กี่อย่างหรอกที่ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับยังไม่เคยลอง

Jeanne Buckly กล่าวว่า “ฉันป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับมานานหลายปีแล้วและมีไม่กี่อย่างหรอกที่ฉันยังไม่เคยลอง มีหลายคืนที่ฉันตื่นขึ้นมาและไม่สามารถกลับไปนอนได้ สุดท้ายก็จบลงที่การอ่านหนังสือยันเช้า” การใช้ยานอนหลับอาจควบคุมอาการนอนไม่หลับได้ง่ายขึ้น แต่ฉันก็ต้องคอยกังวลว่าพวกมันอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

3. หากพวกเขาง่วงนอนตอนเที่ยงไม่ได้หมายความว่าพวกเขาขี้เกียจ

Brianna Martinez กล่าวว่าเธอต่อสู้กับโรคนอนไม่หลับมานานเกือบ 5 ปีแล้ว ตอนนี้เธออายุ 27 ปี ในช่วงแรกเธอหลีกเลี่ยงการใช้ยาตามใบสั่งและลองรับประทานเมลาโทนิน ดื่มชาเวลาที่ง่วงนอน งดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ดื่มนมอุ่นๆ และงัดทุกกลยุทธ์เพื่อช่วยทำให้เธอนอนหลับ ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่าเวลาที่ฉันหลับตอนเที่ยงไม่ใช่ว่าฉันขี้เกียจแต่เป็นเพราะความอ่อนเพลียต่างหากและนั่นเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ฉันนอนหลับได้ ฉันเลือกที่จะไม่ใช้ยานอนหลับ กลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยได้คือการแยกห้องนอนกับสามีเนื่องจากอาการนอนไม่หลับจะทำให้ทั้งตัวเธอและสามีตื่นขึ้นมา

4. ลองนึกถึงการตื่นนอนตอนตี 2-3 ทุกคืน

Valerie Clark บอกว่าเธอลองมาหมดทุกวิธีแล้วแม้กระทั่งการหยุดดื่มไวน์ แต่เธอก็ยังตื่นตอนตี 2-3 ทุกคืน โรคนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อชีวิตของฉันมาก ฉันพยายามนอนหลับทุกคืนเพื่อที่จะได้นอนหลับอย่างเพียงพอ

5. พวกเขาไม่อยากให้คนอื่นต้องประสบกับปัญหาแบบนี้

Fay Ranshaw อายุ 31 ปีผู้ซึ่งต่อสู้กับอาการนอนไม่หลับมาตั้งแต่อายุ 19 ปีบอกว่าอยากให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับโรคนอนไม่หลับ คุณต้องต่อสู้กับความคิดที่ไร้จุดมุ่งหมายและความน่าหงุดหงิดเหลือเกิน ตั้งแต่การเดินอย่างกับผีดิบในที่ทำงานและไม่มีใครสนใจเมื่อคุณบอกว่าคุณกำลังพยายามที่จะหลับ อย่างไรก็ตามเธอบอกว่าเธอไม่อยากให้ใครต้องมาประสบกับปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกับเธอ

Blogger : Sarah Digiulio

Source : huffingtonpost.com