Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Teen Who Almost Lost Her Eyesight To Acne Medication Opens Up
สาววัยรุ่นเปิดใจถึงการรับประทานยารักษาสิวจนเกือบทำให้เธอตาบอด

 

A post shared by Emma O’Mahoney (@emmamyhoney) on

สาววัยรุ่นคนหนึ่งได้เปิดใจเกี่ยวกับสิวซีสต์และการรับประทานยารักษาสิวที่ทำให้เธอต้องต่อสู้เพื่อรักษาดวงตาของตัวเองไว้ เอ็มม่า โอ มาโฮนี จากรัฐอินเดียน่าได้ต่อสู้กับสิวของเธอมาเกือบตลอดทั้งชีวิต แต่หลังจากที่เกือบตาบอดสนิทในที่สุดสาววัยรุ่นรายนี้ก็หันมารักตัวเองบนสื่อโซเชียลและหาวิธีกอบกู้การมองเห็นของเธอกลับคืนมา ตอนที่เอ็มม่าอายุ 15 ปีแพทย์ท่านหนึ่งได้สั่งยารักษาผิวหนังให้แก่เธอซึ่งรวมถึงดอกซีไซคลินยารักษาสิวชนิดหนึ่งด้วย จากข้อมูลของ NHS พบว่าดอกซีไซคลินเป็นยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อในช่องอก ผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อป้องกันโรคมาลาเรียและรักษาสิวอีกด้วย ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีตั้งแต่อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้หรืออาเจียน และไวต่อแดด อย่างไรก็ตามหลังจากที่เอ็มม่ารับประทานยาเพื่อควบคุมสิวเป็นเวลานานราวสองปีเธอก็เริ่มมีอาการปวดหลัง เธอเล่าว่า “ฉันมีอาการปวดหลังรุนแรงจนไม่สามารถเข้าเรียนวิชาเต้นได้ หลังจากนั้นฉันจึงลองไปหาหมอกระดูกแต่ก็ไม่ได้ผล”

 

For those who don’t know the story of my eyes, here it is. This time last year, I lost a good amount of my eyesight. The reason I decided to finally tell my “story” on social media is bc I know there are a lot of unanswered questions and if you see me walking around town with a cane, I don’t want you to freak out. Long story short, last year I had a reaction to some medication that caused spinal fluid to build up in my brain, swelling my optic nerve, causing me to loose a lot of my eyesight. When I was admitted to the hospital, they told me I was a day way from being completely blind. Thanks to Riley’s ophthalmology, neurology, and Neurosurgical teams, I was able to gain a good amount of eyesight back over the past year with the help of surgery and heavy medication. So what can I see? I have a lack of peripheral vision, lovely blind spots that like to dance around my eyes, I’m blind in the lower half of my left eye, all straight lines are wavy, and I do have night blindness. Even though my vision kinda sucks, I’m so so grateful for what I have. I’m finishing my senior year online with the help of technology provided by Voc. Rehab. over the summer, and will be attending college for theatre with an emphasis in social justice in the fall of 2018. I’m not posting this for people to feel sorry for me, bc guys, I’m really fine. I just wanted to give an honest update on my life, something I’ve always neglected to do on social media. So that’s all!

A post shared by Emma O’Mahoney (@emmamyhoney) on

สำหรับผู้ที่ไม่รู้เรื่องตาของฉัน นี่ค่ะ เวลานี้เมื่อปีที่แล้วฉันสูญเสียการมองเห็น เหตุผลที่ฉันตัดสินใจเปิดเผย “เรื่องนี้” บนสื่อโซเชียลคือเพราะฉันรู้ว่ามีคำถามมากมายที่ยังไม่ได้ตอบและถ้าคุณเห็นฉันเดินถือไม้เท้ารอบเมืองก็อย่าตกใจไป ปีก่อนร่างกายของฉันมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดจนทำให้น้ำหล่อเลี้ยงไขสันหลังไปสะสมอยู่ในสมองเป็นเหตุให้เส้นประสาทตาบวมและสูญเสียการมองเห็น พอไปถึงโรงพยาบาลพวกเขาบอกว่าฉันจะตาบอดสนิทถ้ามาช้ากว่านี้หนึ่งวัน ต้องขอบคุณทีมจักษุ ทีมประสาท และทีมประสาทศัลยศาสตร์ที่ทำให้ฉันกลับมามองเห็นอีกครั้ง ว่าแต่ฉันเห็นอะไรได้บ้าง? ฉันสูญเสียการมองเห็นรอบนอกและเหมือนมีจุดบอดวิ่งไปรอบๆตาของฉัน ตาซ้ายของฉันมองไม่เห็นครึ่งหนึ่ง เส้นตรงก็กลายเป็นคลื่นหยักๆไปหมด แถมยังตาบอดในตอนกลางคืนด้วย ฉันไม่ได้โพสต์ข้อความนี้เพื่อให้ทุกคนสงสาร ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ฉันแค่อยากอัปเดตชีวิตของตัวเองและสิ่งที่ฉันมักจะมองข้ามบนสื่อโซเชียลเท่านั้นเอง!

หลังจากนั้นไม่นานเอ็มม่าสังเกตว่ามีเสียงดังในหูของเธอซึ่งแพทย์ก็บันทึกว่าไม่มีการไหลเวียนเลือด ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มมองเห็นไม่ชัดจนรู้แล้วว่ามีสิ่งผิดปกติขั้นรุนแรง ในที่สุดแพทย์ก็วินิจฉัยว่าเธอเป็นความดันในกะโหลกศีรษะสูง เอ็มม่าอธิบายลงไปบนอินสตาแกรมว่าคุณอาจเห็นเธอ “เดินถือไม้เท้าอยู่ในเมือง” การรับประทานยาเหล่านั้นทำให้น้ำหล่อเลี้ยงไขสันหลังไปสะสมอยู่ในสมองเป็นเหตุให้เส้นประสาทตาบวมและสูญเสียการมองเห็นบางส่วน เธอเขียนว่า “พอไปถึงโรงพยาบาลพวกเขาบอกว่าฉันจะตาบอดสนิทถ้ามาช้ากว่านี้หนึ่งวัน” หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัดและรับประทานยาอย่างจริงจังมานานราวหนึ่งปีเอ็มม่าก็สูญเสียการมองเห็นรอบนอกและเหมือนมีจุดบอดวิ่งไปรอบๆตาของเธอ

 

I have cystic acne, but I’m going to try liking myself anyways. • For those who haven’t seen me through the throws of puberty, my battle with acne has been long and painful. I started Proactive when I was twelve, and medication when I was fourteen. The Summer after Junior year I finally started to experience clear skin for the first time in years. Then, the medication that granted me my dream skin caused me to lose a good amount of my eyesight and prevented me from graduating with my senior class. Since then, the acne has returned, worse and more painful than ever. I’ve tried what seems like every natural remedy under the sun and nothing works. So I’m going to try something new, I’m going to try liking myself and excepting my skin for what it’s is. Of course, I’m going to continue to search for ways to treat my skin, but I’m going to stop looking in the mirror and hating myself for something I can’t control. My skin is doing the best it can at the moment, and for right now, that has to be good enough. So here I am, no makeup, acne, and happy :)

A post shared by Emma O’Mahoney (@emmamyhoney) on

ฉันเป็นสิวซีสต์แต่ฉันก็พยายามรักตัวเองให้ได้อยู่นะ การต่อสู้กับสิวของฉันยาวนานและเจ็บปวดมาก ฉันเริ่มรับการรักษาสิวตั้งแต่อายุสิบสองและรับประทานยาตอนอายุสิบสี่ ในที่สุดฉันก็มีผิวพรรณผ่องใสเกลี้ยงเกลา แต่การรับประทานยาส่งผลให้ฉันสูญเสียการมองเห็นและสิวก็กลับมาใหม่แย่ลงกว่าเดิมและเจ็บปวดกว่าเดิมมาก ฉันลองแก้ด้วยวิธีธรรมชาติทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้ผล ฉันจึงหาวิธีใหม่ๆและเริ่มหยุดส่องกระจกและเกลียดตัวเองจนไม่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้สภาพผิวของฉันดีที่สุดและพอทุกอย่างแล้ว ฉันไม่แต่งหน้า ไม่มีสิว และมีแต่ความสุขค่ะ

นอกจากนี้ตาซ้ายของสาวน้อยวัย 19 ปีรายนี้ก็มองไม่เห็นครึ่งหนึ่งแถมยังตาบอดในตอนกลางคืนด้วย อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นมากมายแต่เอ็มม่าก็ยังมองโลกในแง่ดีและเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเอง เธอเขียนบนอินสตาแกรมว่า “ตอนนี้สภาพผิวของฉันดีที่สุดและพอทุกอย่างแล้ว ฉันไม่แต่งหน้า ไม่มีสิว และมีแต่ความสุขค่ะ”

Blogger : Chelsea Ritschel

Source : independent.co.uk