Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Simple Ways To Stop Craving Carbs All The Time
10 วิธีง่ายๆในการหยุดความอยากคาร์โบไฮเดรตตลอดเวลา

วิธีง่ายๆในการหยุดความอยากคาร์โบไฮเดรต

มีอยู่วิธีหนึ่งที่ทุกคนเห็นด้วยเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งก็คือการหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีนั่นเอง ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นคือใบเบิกทางสู่ความอยาก ความหิว และความเฉื่อยชา โชคดีที่คุณสามารถใช้เคล็ดลับ 10 ข้อดังต่อไปนี้เพื่อหยุดความอยากคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลได้

1. ดื่มน้ำเพิ่มขึ้น (หรือเครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำ!).

บางทีคุณอาจจะสับสนระหว่างความหิวกับความกระหายบ่อยครั้งมากกว่าที่คุณคิด ดังนั้นการดื่มน้ำ น้ำโซดา ชาหมักไขมันต่ำ หรือชาสมุนไพรตลอดทั้งวันจึงทำให้คุณไม่ตกอยู่ในภาวะขาดน้ำอย่างแน่นอน ที่สำคัญคุณจะได้ไม่ต้องหันไปหาขนมขบเคี้ยวอย่างไร้สติอีกด้วย

2. รับประทานผัก

การรับประทานผักที่มีปริมาณเซลลูโลสสูง เช่น ผักใบเขียวสีเข้ม (โดยเฉพาะก้าน) และผักตระกูลกะหล่ำจะช่วยเพิ่มความจุของลำไส้ ขณะที่ปริมาณน้ำที่สูงของผักเหล่านี้จะเพิ่มความอิ่ม ปรับสมดุลฮอร์โมน หล่อเลี้ยงลำไส้ และให้ไฟโตนิวเทรียนท์ (สารพฤกษเคมี) แก่ร่างกาย

3. เน้นอาหารเส้นใยสูง

อาหารที่มีเส้นใยสูงชนิดละลายน้ำได้ เช่น ถั่วลวก ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก และผลไม้จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและพอใจนานขึ้นกว่าเดิม เส้นใยจะค่อยๆปล่อยน้ำตาลเข้าไปในเลือด รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งความหิว และลดความอยากอาหารลงโดยเฉพาะน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้เส้นใยยังมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพลำไส้และฮอร์โมนด้วย

4. นั่งลงและรับประทานอาหารอย่างตั้งใจ

การนั่งรับประทานอาหารอย่างผ่อนคลายและมีสติจะช่วยในเรื่องการย่อยอาหารแถมยังทำให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้ความวิตกกังวลและความรู้สึกซึมเศร้าก็สามารถทำให้พฤติกรรมการกินผิดปกติได้ ทางที่ดีคุณควรรับประทานอาหารในยามที่อยู่ห่างไกลจากความเครียด

5. เคี้ยวช้าๆและอย่าเพิ่งดื่มน้ำ

การศึกษาพบว่าผู้ที่เคี้ยวนานๆจะรับประทานอาหารน้อยที่สุด นั่นเป็นเพราะการเคี้ยวจะส่งสัญญาณเตือนฮอร์โมนเกรลินว่าอาหารกำลังเข้าไปแล้ว หากคุณรับประทานเร็วเกินไปภายใน 90 วินาทีสมองของคุณก็จะกระตุ้นความหิว นอกจากนี้การรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบจะทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้นด้วยและทำให้คุณรู้สึกหิวอีกครั้ง

6. นอนหลับ 8-9 ชั่วโมง

การนอนหลับคือปัจจัยสำคัญในการผลิตฮอร์โมนเกรลิน ง่ายๆคือยิ่งคุณนอนน้อยฮอร์โมนเกรลินก็จะยิ่งถูกผลิตออกมาและทำให้คุณรู้สึกหิวมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้การนอนหลับโดยปราศจากสิ่งรบกวนนาน 8-9 ชั่วโมงจะส่งผลดีต่อรอบเอวและสุขภาพโดยรวมของคุณ หากคุณต้องการบรรเทาอาการจากโรคนอนไม่หลับ ลองรับประทานเมลาโทนิน 1 มิลลิกรัมทุกเย็น

7. ใช้คาเฟอีนอย่างชาญฉลาด

คุณควรดื่มกาแฟในตอนเช้าและหลีกเลี่ยงการดื่มในตอนบ่าย บางคนอาจต้องจำกัดปริมาณกาแฟไว้ที่หนึ่งแก้วต่อวันขณะที่คนอื่นๆการดื่มกาแฟ 1 แก้วและชาเขียว 1-2 แก้วน่าจะกำลังดี

8. ทุ่มเททำงานและกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มที่

ความเบื่อคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรับประทานขนมขบเคี้ยวอย่างไร้สติและกินตามใจตัวเอง ทางแก้ล่ะ? ขยับเขยื้อนร่างกายสิ! ทำกิจกรรมที่คุณชอบกับคนที่คุณรัก..ทางที่ดีควรเป็นกิจกรรมกลางแจ้ง คุณจะรู้สึกสนุกและไม่อยากอาหารอย่างแน่นอน

9. ใช้ตัวช่วยลดความอยากคาร์โบไฮเดรตธรรมชาติอย่างแอล-กลูตามีน อบเชย และโครเมียม

เมื่อความหิวและความอยากคาร์โบไฮเดรตบุกเข้าจู่โจมคุณ ขอแนะนำกรดอะมิโนแอล-กลูตามีนและแร่ธาตุโครเมียมเพื่อลดความอยากคาร์โบไฮเดรตซึ่งจะออกฤทธิ์เร็วภายใน 20 นาที

10. เผื่อพื้นที่ไว้ให้ของว่างตามโอกาส

ความรู้สึกอดจะไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว คุณควรมองหาตัวเลือกอื่นที่ดีต่อสุขภาพทุกวัน (เช่น ดาร์กช็อกโกแลต) หรือขนมในวันเกิดและค่ำคืนอันแสนพิเศษ (สักสัปดาห์ละหนึ่งมื้อก็โอเคแล้ว!) เคล็ดลับ 10 ข้อที่กล่าวมานี้จะช่วยหยุดความอยากคาร์โบไฮเดรตของคุณเพื่อให้คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตและคิดถึงเรื่องอื่นๆที่สำคัญกว่าได้ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ งานอดิเรก การทำอาหาร หรือการใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ เป็นต้น

Blogger : Amy Shah, M.D.

Source : mindbodygreen.com