Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Signs You Have an Unhealthy Gut
4 สัญญาณเตือนว่าลำไส้ของคุณไม่แข็งแรง

สัญญาณเตือนว่าลำไส้ไม่แข็งแรง

เรารู้ว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยทำให้เส้นผมเงางาม ผิวพรรณผ่องใส และพลังงานเต็มเปี่ยม อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่าบรรดาผู้หญิงที่รักสุขภาพไม่ได้ประโยชน์จากอาหารซูเปอร์ฟู้ดทั้งหมดเนื่องจากลำไส้ของพวกเขามีปัญหาและไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่มีคุณค่า (และราคาแพง) เข้าไปได้ทั้งหมด วัตถุประสงค์ของการย่อยอาหารที่ดีคือการเปลี่ยนอาหารที่รับประทานเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานสำหรับเซลล์ภายในร่างกาย ปัญหาในการย่อยอาหารจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขาดสารอาหาร ท้องผูก ท้องเสีย กรดไหลย้อน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ มีความอยากอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ และฮอร์โมนไม่สมดุล ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาลำไส้กับอาการที่พบได้บ่อยมักจะไม่ค่อยชัดเจน ดังนั้นนี่คือสัญญาณเตือนว่าลำไส้ของคุณไม่แข็งแรงรวมถึงวิธีแก้ปัญหาด้วย

4 สัญญาณเตือนว่าลำไส้ของคุณไม่แข็งแรง

1. พักนี้คุณรู้สึกอารมณ์เสีย

คุณเคยรู้สึกอารมณ์เสีย กังวล หรือเครียดและมีอาการอย่างท้องผูก ท้องเสีย หรือท้องอืดไหม? นักวิจัยกล่าวว่านี่คือปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความรู้สึกเหล่านั้น ว่ากันว่าไมโครไบโอมจะส่งผลต่อสารสื่อประสาทในสมองโดยตรง การศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารเสริมบำรุงแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้จะมีสรรพคุณช่วยคลายความกังวลโดยทำให้คอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดลดลง นอกจากนี้ร่างกายของเรายังสร้างเซโรโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขเพิ่มขึ้นในลำไส้ด้วย

2. คุณไม่สบายบ่อย

สัดส่วนของระบบภูมิคุ้มกันประมาณร้อยละ 70-80 จะอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ขณะที่เซลล์บางชนิดในลำไส้จะขับแอนติบอดี้ที่ต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกายออกไป ง่ายๆคือการมีลำไส้ที่แข็งแรงจะทำให้โอกาสในการเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบน้อยลง

3. จู่ๆก็มีอาการแพ้อาหารบางชนิด

ผู้ที่ลำไส้รั่วจะกลายเป็นคนที่แพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัวซึ่งหมายความว่าการซึมผ่านลำไส้ของคุณอ่อนแอและอนุภาคอาหารที่ไม่ถูกย่อยจะทะลุผ่านรูเล็กๆเข้าไปในกระแสเลือดได้ ระบบภูมิคุ้มกันจะมองว่าอนุภาคเหล่านี้เป็นสิ่งแปลกปลอมและเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง หากคุณยังรับประทานอาหารเหล่านี้ต่อไปร่างกายก็จะตอบสนองซึ่งอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้

4. ท้องอืดตลอดเวลา

อาการพุงป่องมักเกิดจากการมีแก๊สในลำไส้มากเกินไปเนื่องจากร่างกายพยายามที่จะย่อยอาหารบางชนิด เช่น โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญานของโรคที่ซ่อนอยู่ ดังนั้นทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการท้องอืดที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

วิธีควบคุมสุขภาพลำไส้ของตัวเอง

1. ลดระดับความเครียด

ลองฝึกสมาธิ อาบน้ำ นอนหลับให้มากขึ้น และเลิกออกกำลังกายอย่างหักโหมเพื่อลดระดับความเครียดลง โดยปกติลำไส้ของคนเราจะหยุดการเคลื่อนไหวเมื่อคุณรู้สึกเครียด นอกจากนี้ความเครียดยังอาจทำให้แบคทีเรียสามารถซึมผ่านลำไส้หรือข้ามผ่าน Epithelial Barrier ไปได้ง่ายยิ่งขึ้นและอาจทำให้เกิดลำไส้รั่ว การดูดซึมอาหารบางชนิดช้าลง และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา

2. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติก

ร่างกายของคนเรามีแบคทีเรียนับล้านล้านตัวและจุลินทรีย์ในลำไส้ก็สามารถป้องกันหรือทำให้เกิดโรคต่างๆได้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์ของคุณได้ด้วย ดังนั้นควรรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติกและพรีไบโอติกจากธรรมชาติให้มากขึ้น เช่น ซาวเคราท์ กิมจิ คีเฟอร์ หัวหอม กระเทียม ดอกแดนดิไลออน อาร์ติโช้ค และกล้วย ซึ่งดีต่อลำไส้ของคุณ

3. เริ่มรับประทานอาหารแต่ละมื้อด้วยของสด

การรับประทานอาหารสดแม้แต่คื่นช่ายหรือแครอทจะช่วยกระตุ้นเอนไซม์ในการย่อยอาหาร ดังนั้นเมื่อถึงเวลาอาหารเย็นคุณควรเริ่มจากสลัดผักสด

4. เพิ่มน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

การเติมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเพียง 1 ช้อนโต๊ะลงไปในอาหารทุกวันจะช่วยกระตุ้นกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะเพื่อย่อยอาหาร ลองผสมน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นแล้วดื่มหรือราดลงไปบนสลัดก็ได้

5. หลีกเลี่ยงถั่วดิบ

คุณควรหลีกเลี่ยงถั่วดิบหากมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อยู่แล้วเนื่องจากสารไฟเตทกับสารแทนนินจะยิ่งทำให้คุณย่อยยาก

6. แช่ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชก่อนรับประทาน

การแช่อาหารบางอย่างก่อนรับประทานจะช่วยทำให้ร่างกายย่อยและดูดซับสารอาหารได้ง่าย เนื่องจาก ถั่ว เมล็ดพืช และธัญพืชซึ่งอุดมไปด้วยกรดไฟติกนั้นย่อยยาก

7. ตรวจสุขภาพลำไส้ของตัวเองได้ง่ายๆที่บ้าน

สิ่งที่เตือนว่าลำไส้ไม่แข็งแรง

Photo Credit : ubiome.com

คุณสามารถตรวจสุขภาพลำไส้ของตัวเองได้ง่ายๆด้วยชุดตรวจ uBiome และ Ixcel ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการติดเชื้อหรือภาวะลำไส้ที่คุณต้องรู้รวมถึงผลกระทบที่มีต่อการเลือกรับประทานอาหารและวิถีชีวิตของคุณ

Blogger : Jasmine Garnsworthy

Source : thethirty.byrdie.com