Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Scientists Say There’s Only One Successful Way To Diet
มีแค่ทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จในการไดเอต..จริงหรือ?

มีแค่ทางเดียวที่จะประสบความสำเร็จในการไดเอต

โรคอ้วนทำให้เราเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง เมื่อไม่นานมานี้สถาบันมิลเคนได้ประเมินว่าประเทศต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพมากถึงปีละ 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และที่แย่ไปกว่านั้นคือมีรายงานว่าผู้ชายชาวอเมริกันประมาณสามในสี่และผู้หญิงราวสองในสามมีน้ำหนักตัวเกินพิกัด

โอเคเรารู้แล้ว ว่าแต่เราสามารถทำอะไรได้บ้าง? ในแต่ละปีจะมีสูตรไดเอตมากมาย เช่น แอตกินส์ (งดคาร์โบไฮเดรต) ปาลีโอ (เน้นผักกับโปรตีน) คาร์โบไฮเดรตต่ำ ไขมันต่ำ อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ การอดอาหาร การรับประทานอาหารในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และเซาต์บีช (ควบคุมคาร์โบไฮเดรต) ปีหนึ่งเราถูกบอกให้งดเนยเหลว ปีต่อมาเราถูกบอกให้งดขนมปัง หลายปีก่อนก็มีสูตรแกงจืดกะหล่ำปลีซึ่งทั้งหมดนี้ก็ได้ผลเพียงเล็กน้อยและชั่วคราวเท่านั้น แล้วถ้าเราทำผิดวิธีล่ะ? เราล้มเหลวไม่ใช่เพราะเลือกรับประทานอาหารผิดประเภทแต่เป็นเพราะโฟกัสผิดจุดต่างหาก หลังจากที่ศึกษาโครงการลดน้ำหนักและโครงการคุมน้ำหนักมาเกือบ 100 โครงการก็สรุปได้ว่าปัจจัยความสำเร็จของการไดเอตไม่ได้เจาะจงแค่แผนการที่คุณปฏิบัติตามและอาหารที่คุณรับประทานหรือแม้แต่ประเภทของการออกกำลังกายเท่านั้นแต่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอื่นๆที่ช่วยในการสนับสนุนด้วย สรุปง่ายๆคืออย่าไดเอตเพียงอย่างเดียว

กลุ่มนักวิจัยพบว่าผู้ที่มีน้ำหนักเกินและผู้ที่เป็นโรคอ้วนในโปรแกรมควบคุมความพฤติกรรมมีแนวโน้มว่าจะลดน้ำหนักได้มากกว่าผู้ที่ไดเอตโดยไม่มีโครงสร้างรองรับ นี่อาจเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทต่างๆ เช่น WW International, formerly Weight Watchers, และ Jenny Craig ทว่าไม่มีโครงการใดโครงการหนึ่งที่เหมาะกับทุกคน ทางที่ดีคุณควรไปปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการตัวต่อตัวหรือไม่ก็รวมกลุ่มกัน แต่ดูเหมือนว่าโครงการที่ประสบความสำเร็จจะมีองค์ประกอบไม่กี่อย่างที่เหมือนกัน นั่นคือการประชุมอย่างสม่ำเสมอหรือยิ่งบ่อยยิ่งดีเพื่อการลดน้ำหนักที่เห็นผลและสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว การประชุมจะพุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและช่วยเหลือผู้ที่ล้มเหลวให้กลับมาสู้อีกครั้ง การประชุมจะพูดถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่เรื่องการลดน้ำหนักเท่านั้น ผู้เข้าร่วมจะต้องสำรวจพฤติกรรมของตัวเองขณะประชุมโดยการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องนับก้าว เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องชั่งอาหาร และวิดีโอสาธิตการออกกำลังกาย เครื่องมือเหล่านี้สำคัญเนื่องจากผู้ไดเอตจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายควบคุม ส่วนโครงการที่ประสบความสำเร็จจะใช้เวลานานพอในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้พวกเขาจะมีโครงการคุมน้ำหนักต่อจากนั้นด้วย คนส่วนใหญ่มักจะเลือกเทรนด์การไดเอตล่าสุดและทดลองทำอยู่ประมาณหกสัปดาห์ ดังนั้นไม่น่าแปลกใจหรอกถ้าจะล้มเหลวอยู่เสมอ แต่ไม่ต้องเสียใจเพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรา งานวิจัยล่าสุดนี้บอกว่าเราอาจแค่เลือกวิธีผิดเท่านั้นเอง

Blogger : Brett Arends, Marketwatch

Source : nypost.com