Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Reasons You Feel Awful When You Wake Up
6 สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกแย่เมื่อตื่นขึ้นมาทั้งๆที่นอนหลับเต็มอิ่ม

สาเหตุที่รู้สึกแย่เมื่อตื่นขึ้นมาทั้งๆที่นอนหลับเต็มอิ่ม

ไชโย! เมื่อคืนนี้คุณเพิ่งนอนหลับติดต่อกันมา 8 ชั่วโมง ว่าแต่ทำไมตื่นนอนมาแล้วยังรู้สึกไม่ต่างจากซากศพล่ะ? การตื่นขึ้นมาพบกับวันที่สดชื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราจึงได้รวบรวม 6 สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีพร้อมกับวิธีแก้ไขง่ายๆมาฝาก

คุณเล่นโทรศัพท์มือถือหรือแท๊บเล็ตก่อนนอน

เนื่องจากแสงสีฟ้าที่แผ่ออกมาจากโทรศัพท์มือถือจะไปยับยั้งฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการนอนหลับและวงจรการตื่น ดังนั้นเมื่อระดับเมลาโทนินของคุณรวนก็อาจจะไม่ได้นอนหลับสนิทอย่างที่คุณคิดไว้ ขอแนะนำให้ปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตก่อนเข้านอนสัก 90 นาที นอกจากนี้ควรเก็บโทรศัพท์มือถือไว้นอกห้องด้วยเนื่องจากแม้ว่าจะอยู่ในโหมดเครื่องบินแต่โทรศัพท์ก็ยังสามารถปล่อยแสงออกมามากพอที่จะรบกวนการนอนหลับได้

คุณนอนหลับในท่าที่ไม่ดี

คุณตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหลังหรือไม่? ถ้าใช่..อาการนี้อาจเกิดจากการนอนตะแคงตลอดคืนซึ่งทำให้สะโพกคดงอ ทางที่ดีคุณควรนำหมอนมาวางไว้ตรงหว่างขาเพื่อให้แนวสะโพกเรียงกันอย่างเหมาะสม อาการบาดเจ็บที่สะโพกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดแต่ก็เกิดขึ้นยากที่สุดเนื่องจากอาการปวดมักจะเกิดขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกายมากกว่า เช่น บริเวณหลังส่วนล่าง เป็นต้น

หมอนไร้คุณภาพ

หมอนฟูนุ่มใบใหญ่อาจจะดูหรูหราแต่ก็สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างมหาศาลได้ การนอนหลับโดยที่ศีรษะตั้งตรงจะทำให้กระดูกสันหลังคดงอไม่ต่างจากการเดินคอหักลงติดต่อกัน 8 ชั่วโมง ดังนั้นขอแนะนำให้ใช้หมอนที่อ่อนนุ่มแต่มีโฟมรองรับกระดูกต้นคอแทน

กัดฟันในตอนกลางคืน

หากคุณตื่นมาพร้อมอาการปวดหัวก็เป็นไปได้ว่าคุณนอนขบขากรรไกรแน่นหรือกัดฟันตลอดคืนนั่นเอง การวิจัยพบว่าการนวดเบาๆหรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆกดบริเวณขากรรไกรทั้งก่อนเข้านอนและหลังตื่นนอนจะช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ นอกจากนี้คุณควรพบทันตแพทย์เพื่อขอที่ครอบฟันซึ่งจะป้องกันไม่ให้คุณกัดฟัน

ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทและยังรบกวนวงจรการนอนหลับด้วย มีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มน้ำส้มผสมว้อดก้าก่อนนอนจะทำให้คลื่นสมองระดับอัลฟ่าทำงานหนักขึ้นระหว่างที่พวกเขานอนหลับ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะนอนหลับไม่สนิทโดยเฉพาะผู้หญิงเนื่องจากกระบวนการเผาผลาญจะทำงานเร็วขึ้นและทำให้ตื่นเร็วกว่าปกติ ทางที่ดีควรจำกัดแค่คืนละแก้วและดื่มก่อนเข้านอนประมาณ 2 ชั่วโมง

มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ผู้หญิงราวครึ่งหนึ่งมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยผู้หญิงอายุระหว่าง 20-44 ปีจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับราวร้อยละ 25 ขณะที่ผู้หญิงอายุ 45-54 ปีอยู่ที่ร้อยละ 56 และผู้หญิงอายุ 55-70 ปีอยู่ที่ร้อยละ 75 การหยุดหายใจสั้นๆหลายครั้งตลอดคืนจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการนอนหลับและภาวะดังกล่าวก็พบได้บ่อยในผู้หญิงโดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว หากเป็นกรณีที่ไม่รุนแรงมักจะรักษาให้หายด้วยการลดน้ำหนักและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน แต่หากมีปัญหาระดับปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรงก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เช่น เครื่อง CPAP ซึ่งเป็นท่ออ็อกซิเจนใต้จมูกที่ปล่อยแรงดันอากาศอ่อนๆเพื่อขยายทางเดินหายใจ

Blogger : Hallie Levine

Source : prevention.com