Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Reasons Your Period Cramps Hurt So Bad Other Than PMS
6 สาเหตุที่ทำให้อาการปวดประจำเดือนรุนแรงมาก

สาเหตุที่ทำให้อาการปวดประจำเดือนรุนแรงมาก

หากคุณมีมดลูกก็คงคุ้นเคยกับอาการปวดประจำเดือนเป็นอย่างดี เยื่อบุมดลูกจะก่อตัวในช่วงรอบเดือน ส่วนมดลูกก็จะตอบสนองด้วยการหดเกร็งเพื่อควบคุมการไหลของโลหิต (ขณะมีประจำเดือน) หากเลือดประจำเดือนมามากหรือมีการแข็งตัวของเลือดบางครั้งมดลูกก็จะหดตัวเพื่อขับออกไป เราจะบอกความแตกต่างระหว่างอาการปวดประจำเดือนปกติกับอาการปวดรุนแรงได้อย่างไร? เนื่องจากแต่ละคนจะทนต่ออาการปวดได้ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคุณไม่สามารถลุกออกจากเตียงเพื่อไปโรงเรียนหรือทำงานได้หรือมีอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้ ขอแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด

หากคุณมีอาการปวดเกร็งอย่างหนักและเลือดประจำเดือนมามาก

อาจจะเป็น : เนื้องอกมดลูก การเจริญเติบโตของเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงบนผนังมดลูกเป็นเรื่องปกติ แต่พื้นผิวของเยื่อบุมดลูกจะกว้างขึ้นทำให้มีอาการปวดเกร็งและเลือดออกเพิ่มขึ้น

ทำอย่างไร : พบแพทย์โดยเฉพาะถ้ารู้ว่ามีสมาชิกเพศหญิงคนอื่นในครอบครัวเป็นเนื้องอกด้วย คุณจะถูกส่งตัวไปอัลตราซาวด์เพื่อดูว่าผิดปกติหรือไม่ จากนั้นก็รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดเพื่อบรรเทาอาการปวดขณะมีประจำเดือน การผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก

หากคุณมีอาการปวดหน่วงๆสม่ำเสมอ

อาจจะเป็น : ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน (PID) ซึ่งเป็นการติดเชื้อรุนแรงในมดลูก รังไข่ และ/หรือท่อนำไข่อันเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างหนองในเทียมหรือหนองในแท้

ทำอย่างไร : พบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้ออื่นๆ ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกรานรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะแต่ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปเนื้อเยื่อแผลเป็นก็อาจก่อตัวขึ้นในระบบสืบพันธุ์และส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ของคุณ

หากคุณมีอาการเจ็บแปลบที่ด้านใดด้านหนึ่ง

อาจจะเป็น : รังไข่บิดขั้วหรือถุงน้ำรังไข่แตก ในกรณีของรังไข่บิดขั้วอาจมีการปิดกั้นการไหลเวียนโลหิตขณะที่ถุงน้ำรังไข่แตกเป็นปรากฏการณ์ทั่วไปและไม่อันตราย แต่คุณอาจมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนร่วมด้วย

ทำอย่างไร : ไปห้องฉุกเฉินเพื่อตรวจว่าสาเหตุของอาการปวดรุนแรงเกิดจากถุงน้ำหรือรังไข่บิดขั้วกันแน่ การรักษาถุงน้ำรังไข่แตกมีตั้งแต่เบาๆไปจนถึงการผ่าตัด แต่รังไข่บิดขั้วจะอาศัยการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาหรือเอารังไข่ออกไป (หากรุนแรงเกินกว่าที่จะแก้ไข)

หากคุณมีอาการปวดเกร็งที่แม้แต่ยาก็ช่วยไม่ได้

อาจจะเป็น : เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เช่น บนรังไข่และท่อนำไข่ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้หญิงราวร้อยละ 10 แต่พวกเขามักจะคิดว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนธรรมดา

ทำอย่างไร : การรักษาด้วยฮอร์โมนน่าจะมีประสิทธิภาพเนื่องจากมันจะย่นเวลาของการมีประจำเดือนและอาการเจ็บปวดในแต่ละเดือน

หากคุณมีอาการปวดเกร็งหลังใส่ห่วงอนามัย

อาจจะเป็น : ห่วงอนามัยเลื่อนหลุดออกมา แต่ถ้ามีอาการปวดรุนแรงหรือปวดนานกว่า 2-3 วันก็อาจบ่งบอกถึงปัญหาบางอย่างได้ เช่น ตำแหน่งของห่วงอนามัยนั่นเอง

ทำอย่างไร : นัดแพทย์เพื่อตรวจภายในว่าห่วงอนามัยหลุดออกมาจากปากมดลูกหรือเปล่า หากไม่ใช่ก็ต้องอัลตราซาวด์

หากคุณมีอาการปวดเกร็งนอกเหนือจากช่วงรอบเดือนปกติ

อาจจะเป็น : การตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือการแท้งบุตร (ซึ่งจะเกิดขึ้นทุกๆ 1 ใน 50 ครั้งของการตั้งครรภ์) ไข่จะไม่สามารถพัฒนาต่อได้และอาจทำให้เลือดออกมาก

ทำอย่างไร : ตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเป็นอย่างแรกหากคุณมีโอกาสที่จะท้อง หากผลเป็นลบก็ตัดออกไปได้เลย แต่ถ้าผลเป็นบวกคุณควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเนื่องจากการตั้งครรภ์นอกมดลูกอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

Blogger : Sarah Bradley

Source : womenshealthmag.com