Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Read This Before You Try the “Baby Foot” Craze
อ่านให้รู้ก่อนตามกระแสกับการผลัดเซลล์ผิวเท้าสำเร็จรูป “เบบี้ฟุต”

กระแสกำลังมาแรงเลยทีเดียว ว่าแต่วิธีนี้ปลอดภัยจริงหรือ? เมื่อคุณเห็นเพจ Baby Foot Facebook ที่เกี่ยวกับเบบี้ฟุตหรือการผลัดเซลล์ผิวเท้า อย่างแรกเลยคุณจะรู้สึกขยะแขยงเพราะภาพการลอกเท้าของบุคคลอื่นคงไม่ใช่สิ่งที่น่าดูขณะกินข้าวสักเท่าไหร่ อย่างที่สองคือความอยากรู้อยากเห็น แล้วใครล่ะจะไม่ทึ่งกับผลิตภัณฑ์อันน่าอัศจรรย์เช่นนี้?

ขั้นตอนการผลัดเซลล์ผิวเท้า

ส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์เบบี้ฟุตหรือถุงผลัดเซลล์ผิวเท้าคือกรดผลไม้ซึ่งอ่อนโยนมากเมื่อเทียบกับกรดชนิดอื่น กรดผลไม้นี้จะซึมซาบเข้าสู่ชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วและกำจัดเดสโมโซมซึ่งเชื่อมต่อชั้นผิวเข้าด้วยกัน ในขั้นตอนนี้ผิวจะไม่ถูกทำลายแต่จะลอกออกจากชั้นผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างได้อย่างง่ายดาย การผลัดเซลล์ผิวเท้าจะทำให้เท้านุ่มและสุขภาพดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาคุณภาพของเนื้อเยื่อเท้าเช่นโรคน้ำกัดเท้า กลิ่นเท้า และการไหลเวียนโลหิตด้วย

ส่วนประกอบ

คำถามแรกคือมีส่วนประกอบใดบ้างอยู่ในนั้น? ในเว็บไซต์ของเบบี้ฟุต www.babyfoot.com กล่าวว่าถุงผลัดเซลล์ผิวเท้าจะประกอบไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 17 ชนิด ทว่าพวกเขาไม่แจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนของส่วนประกอบเหล่านั้นซึ่งอาจมีตั้งแต่น้ำตาล เกลือ มะละกอ หรืออะโวคาโด้ อย่าลืมว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่าอะไรก็ได้แต่คำนี้มักจะถูกนำมาใช้ในการตลาดเนื่องจากผู้บริโภคเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเอง อย่างไรก็ตามส่วนประกอบ 4 อย่างแรกของผลิตภัณฑ์เบบี้ฟุตได้แก่ น้ำ, แอลกอฮอล์, กรดแลคติก และกรดไกลโคลิค ขณะที่กรดผลไม้ก็มีการกล่าวถึงเช่นกัน ทว่าทั้งกรดแลคติกและกรดไกลโคลิคมีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายเคืองจึงขัดกับสรรพคุณความอ่อนโยนของถุงผลัดเซลล์ผิวเท้านี้แน่นอน

ขั้นตอนการทำงาน

แม้ว่าส่วนประกอบบางชนิดจะมีฤทธิ์รุนแรงแต่ผลิตภัณฑ์มีขั้นตอนการทำงานที่ได้ผลอย่างไร? เนื่องจากกรดแลคติก กรดซาลิซิลิก แอลกอฮอล์ และกรดไกลโคลิกเป็นสารลอกเคราติน พวกมันจะซึมซาบเข้าสู่ชั้นบนสุดของผิวและกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หลังจากนั้นอีก 2-3 วันเซลล์ผิวที่ตายแล้วก็จะหลุดลอกออกไป ส่วนประกอบเหล่านี้ถึงจะมีประสิทธิภาพดีในการกำจัดเซลล์ผิวแต่พวกมันก็เป็นกรด ดังนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะเริ่มใช้ อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการทำเบบี้ฟุตหากคุณมีหูด ตาปลา ตุ่มแข็งบนเท้า แผลเปิด หรือผิวบอบบาง

นอกจากนี้ยังมีข้อกังขาว่าผลิตภัณฑ์เบบี้ฟุตสามารถช่วยรักษาโรคต่างๆได้ เช่น โรคน้ำกัดเท้าและการไหลเวียนโลหิต ซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา แต่ถ้าคุณตัดสินใจที่จะมองข้ามการทำเบบี้ฟุตไปก็ไม่ต้องห่วงเพราะคุณยังมีโอกาสเท้านุ่มสุขภาพดีเพียงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหากคุณต้องการการรักษาที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับเบบี้ฟุตจากมืออาชีพ

Blogger : Sam Escobar

Source : goodhousekeeping.com