Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ประโยชน์ของโรคซึมเศร้าคือทำให้เราประเมินปัญหาต่างๆได้ดี
และวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

ประโยชน์ของโรคซึมเศร้าคือทำให้ประเมินปัญหาได้ดี

ปัจจุบันมีผู้คนป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันอย่างแพร่หลายโดยในปี 2015 มีมากถึงประมาณ 16 ล้านคนหรือร้อยละ 6.7 ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน ภาวะซึมเศร้ารุนแรงได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมากและอีกไม่น้อยที่ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยสภาพทางจิตที่ไม่ปกติ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วยเนื่องจากชาวอเมริกันที่ต้องใช้ยารักษาโรคซึมเศร้ามีปริมาณเพิ่มขึ้นสูงราวร้อยละ 6.8-12 ในช่วงปี 1999-2012 และประเมินว่าตลาดยารักษาโรคซึมเศร้าทั่วโลกจะมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งหมื่นหกพันล้านดอลลาร์ในปี 2020 สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติได้นิยามคำว่า “ภาวะซึมเศร้ารุนแรง” เป็น “ช่วงเวลาสองสัปดาห์หรือนานกว่านั้นที่มีอารมณ์ซึมเศร้าหรือขาดความสนใจหรือพึงพอใจในสิ่งต่างๆบวกกับมีอาการที่บ่งบอกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ การกิน พลังงาน สมาธิ และคุณค่าในตนเอง”

โรคซึมเศร้าคือ “การชำรุด” ระบบมีปัญหาซึ่งควรได้รับการแก้ไข แต่มีการโต้แย้งว่าโรคซึมเศร้าสามารถทำให้เกิดวัตถุประสงค์ในแง่บวกขณะที่มีวิวัฒนาการได้ อย่างไรก็ตามเราควรพุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์สำหรับชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันกันดีกว่า เราไม่ได้ตั้งใจที่จะลดความทรมานจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่พยายามมองหาประโยชน์ที่อาจได้จากมันต่างหาก โรคซึมเศร้าอาจเป็น “การปรับตัวเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน” ซึ่งได้แก่ “ภาวะสิ้นยินดี” โดยผู้ป่วยมักจะเอาแต่ครุ่นคิดวนไปวนมาและพวกเขาก็จะนอนหลับในช่วง REM ซึ่งเป็นช่วงที่เกี่ยวกับการรวบรวมความทรงจำมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในการทดลองเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าพบว่าผู้เข้าร่วมร้อยละ 80 จากจำนวนทั้งหมด 61 คนจะได้รับประโยชน์จากการครุ่นคิดซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประเมินปัญหาต่างๆและป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันลอร่า คิง นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยมิสซูรี่ได้ใช้เวลากว่าสองทศวรรษในการศึกษาความหมายในชีวิตของมนุษย์และเธอบอกเราว่าความหมายที่ผู้คนได้มาจากประสบการณ์อันยากลำบากไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณความเจ็บปวดแต่เป็นเนื้อหาหรือการสร้างความหมายขึ้นมาต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีปัญหาโครงสร้างที่ใหญ่กว่านั้น หากการรักษาโรคซึมเศร้าต้องอาศัยทั้งการบรรเทาอาการและปรับโครงสร้างจิตวิทยาใหม่ซึ่งเน้นบุคคลมากกว่าภาวะวิสัยก็หมายความว่าวิธิการทางวิทยาศาสตร์อาจมีปัญหาในการประเมิน ส่วนการบำบัดทั้งพฤติกรรมการรับรู้หรือจิตวิเคราะห์ต้องอาศัยเงินและเวลาจำนวนมหาศาลแถมยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทประกันในสหรัฐด้วย โรคซึมเศร้าอาจกำลังพยายามที่จะบอกอะไรคุณเช่นเดียวกับการเป็นโรควิตกกังวล ภาษาที่ใช้ในการรักษาก็มีประโยชน์ เช่น ทฤษฎีของคาร์ล จุงจะใช้คำว่า Katabasis ในการอธิบายโรคซึมเศร้าซึ่งเป็นภาษากรีกโบราณแปลว่าทางลง เนื่องจากเป็นตัวบุคคลดังนั้นปัญหาและทางแก้ก็จะเป็นเรื่องส่วนบุคคลเช่นกัน อย่างไรก็ตามภาวะซึมเศร้าส่วนใหญ่จะจบลงได้ด้วยตัวเองหรือที่เรียกกันว่าการหายเองได้

Blogger : Drake Baer

Source : nymag.com