Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

7 อาหารที่มีประสิทธิภาพ
ในการล้างพิษตับ ไขมันพอกตับ และโรคตับ

อาหารที่ล้างพิษตับ ไขมันพอกตับ และโรคตับ

ตับมีหน้าที่สำคัญหลายอย่างและการฟอกเลือดก็เป็นหนึ่งในนั้น ตับจะช่วยกรองเลือดและช่วยขจัดสารพิษ แบคทีเรีย เชื้อรา และอาหารที่ย่อยแล้วบางส่วน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ วัตถุเจือปนอาหารเทียม สารกันบูด นม ยาฆ่าแมลง ยา อาหารที่มีไขมัน และสารพิษจากสิ่งแวดล้อมต่างล้วนส่งผลต่อการทำงานของตับ อาการท้องผูกจะยิ่งทำให้อาการแย่ลง จงทำความสะอาดระบบทางเดินอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตับ และอาหารดังต่อไปนี้จะทำให้การทำงานของตับดีขึ้น

1. เส้นใยอาหาร

รับประทานอาหารที่มีเส้นใยมากขึ้นและดื่มน้ำมากๆเพื่อล้างพิษในตับ สลัดผักและผลไม้มีเส้นใยอาหารเป็นจำนวนมาก ขณะที่ข้าวโอ๊ตก็ดีต่อร่างกาย ดังนั้นพยายามรับประทานในมื้อเช้า ซึ่งอาหารล้างพิษตับเหล่านี้จะขับสารพิษตรงไปยังระบบทางเดินอาหาร การเคลื่อนไหวของลำไส้ที่ผิดปกติจะทำให้เกิดการสะสมของสารพิษในร่างกายและสุดท้ายก็ถูกดูดซึมลงในตับ อย่าเพิ่งรับประทานอาหารล้างพิษตับหากคุณมีอาการท้องผูกหรือการเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ

2. ผักสีเขียว

ผักเป็นอาหารล้างพิษตับที่น่าทึ่งที่สุด คลอโรฟิลล์จะช่วยรักษาสิ่งที่อยู่ข้างใน เช่น การทำความสะอาด กระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดแดง และทำหน้าที่เป็นยาฆ่าเชื้อ คุณควรรับประทานผักใบเขียวสด ไม่ว่าจะเป็นการลวกหรือคั้นเป็นน้ำดื่มเนื่องจากผักเหล่านี้อุดมไปด้วยเส้นใยและสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย ผักสีเขียวที่ดีที่สุดได้แก่ อาร์ติโช้ค ใบของหัวบีทรูท มะระ บร็อคโคลี คื่นช่าย ผักชี แตงกวา คะน้า ผักปวยเล้ง ต้นข้าวสาลีอ่อน และข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น

3. ใบและรากของดอกแดนดิไลออน

ดอกแดนดิไลออนนับเป็นสมุนไพรล้างสารพิษที่วิเศษ อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี ดี เหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี โพแทสเซียม แมงกานีส ทองแดง โคลีน แคลเซียม โบรอน และซิลิกอน รสชาติขมของดอกแดนดิไลออนจะกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ทำความสะอาดตับและถุงน้ำดี และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ขณะที่ไต ตับอ่อน และม้ามก็ต้องการสิ่งนี้เช่นกัน คุณสามารถหาซื้อดอกแดนดิไลออนได้ในรูปแบบแคปซูล ยาเม็ด ผง ทิงเจอร์ หรือชา

คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ:

  • ช่วยลดการกักเก็บน้ำ
  • ดูแลปัญหาผิว เช่น กลากและโรคสะเก็ดเงิน
  • ปรับสภาพเลือดให้มีความเป็นด่าง
  • บรรเทาอาการภูมิแพ้
  • ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน

คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้และสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากดอกแดนดิไลออนได้ในร้านอาหารเพื่อสุขภาพหรือทางออนไลน์ ชาดอกแดนดิไลออนจะเปลี่ยนสีของอุจจาระ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ

4. บีทรูท

สารพฤกษเคมี (ไฟโตนิวเทรียนท์) ในหัวบีทสามารถทำสิ่งมหัศจรรย์ได้ หัวบีทอุดมไปด้วยเบตาเลน เบตาไซยานิน เบทานิน โฟเลต และธาตุเหล็ก นอกจากหัวบีทแล้วแอปเปิ้ลก็ยังอุดมไปด้วยเพคติน เส้นใยในหัวบีทจะช่วยกำจัดสารพิษ ส่วนน้ำบีทรูทช่วยปกป้องตับและท่อน้ำดี บำรุงตับเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงรวมถึงช่วยลดการอักเสบด้วย หากคุณไม่ชอบรสชาติของบีทรูทก็รับประทานแค่ครึ่งเดียวจากนั้นค่อยเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น หัวบีทมีสรรพคุณสูงมากดังนั้นควรรับประทานวันเว้นวันและอย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ ใส่มะนาวฝานบางๆลงไปในน้ำบีทรูทเพื่อเพิ่มรสชาติและการดูดซึมสารอาหาร

5. ผักชี

สมุนไพรนี้จะช่วยกำจัดโลหะหนักออกจากตับ เพียงใส่ผักชีหนึ่งกำมือกับกลีบกระเทียม 2-3 กลีบลงไปในน้ำผลไม้เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ คั้นน้ำผักชีและใส่ผงคลอเรลล่าลงไป จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็น ดื่มน้ำผักชีวันละ 2 ครั้งๆละ 1 ช้อนโต๊ะ ข้อควรระวัง วิธีนี้อาจทำให้ปวดศีรษะ คุณควรหลีกเลี่ยงหากมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติและอย่าลืมดื่มน้ำเด็ดขาด โลหะหนักเป็นพิษที่เกิดจากตะกั่ว ปรอท เหล็ก แคดเมียม แทลเลียม โคบอลต์ ทองแดง ซึ่งน้ำผลไม้ชนิดอื่นไม่สามารถช่วยได้ ดังนั้นจึงต้องเป็นผักชี ผักชีจะช่วยป้องกันแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และการติดเชื้อยีสต์ ลดอาการบวม ลดความดันเลือด บรรเทาอาการโรคไขข้ออักเสบ ลดคลอเลสเตอรอล สลายเซลลูไลท์ บรรเทาอาการ PMS ลดการเป็นตะคริว ปรับปรุงการทำงานของตับ ควบคุมน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน

6. ขมิ้นชัน

ขมิ้นชันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวขิง มีสรรพคุณในการย่อยอาหารและทำความสะอาดตับ สารเคอร์คูมินในขมิ้นจะช่วยปกป้องตับ ลดอาการเลือดคั่งในท่อตับซึ่งมีประโยชน์ต่อการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคดีซ่าน การทำงานของตับที่เหมาะสมจะช่วยรักษากลาก โรคสะเก็ดเงิน และสิว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดีและเพิ่มการไหลเวียนให้ดีขึ้น

คุณประโยชน์ต่อสุขภาพ:

  • ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อ และต่อต้านการอักเสบ
  • มีพลังต้านมะเร็ง
  • ต่อต้านริ้วรอย
  • รักษาโรคทางเดินอาหาร
  • ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของคลอเลสเตอรอลและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
  • เสริมสร้างความเข็งแรงของลำไส้
  • รักษาไข้หวัดทั่วไป
  • บรรเทาอาการไซนัสอักเสบ

7. กระเทียม

กระเทียมประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 17 ชนิด สารประกอบกำมะถัน 33 ชนิด แร่ธาตุ 8 ชนิด และวิตามินเอ บี1 และซี เชื่อหรือไม่ว่ากระเทียมไม่มีสารอัลลิซินแต่สามารถสร้างขึ้นมาได้โดยผ่านปฏิกิริยาพฤกษเคมี ดังนั้นคุณควรทุบหรือสับกระเทียมเพื่อให้ได้สารเหล่านี้มา กำมะถันในกระเทียมจะกระตุ้นเอนไซม์ที่ช่วยล้างสารพิษ ทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังบริเวณที่อักเสบและช่วยยับยั้งการติดเชื้อ กระเทียมจะช่วยป้องกันตับจากสารพิษ กระตุ้นกระบวนการดีท็อกซ์ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เมื่อรับประทานคู่กับผักชีจะยิ่งเพิ่มสรรพคุณในการทำลายพิษและกำจัดโลหะหนัก ดังนั้นใส่กระเทียมลงไปในน้ำผลไม้สัก 2-3 กลีบเพื่อเสริมสร้างลำไส้ให้แข็งแรง

Source : besthealthpage.com