Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Period Symptoms You Should Never Assume Are “Normal”
7 อาการขณะมีประจำเดือนที่ไม่ควรมองว่า “ปกติ”

อาการขณะมีประจำเดือนที่ไม่ควรมองว่าปกติ

สำหรับผู้หญิงเราการมีประจำเดือนถือเป็นประสบการณ์ความเจ็บปวดที่ไม่ธรรมดาเนื่องจากต้องเผชิญกับอาการต่างๆมากมาย เช่น ตะคริวที่ทำให้คุณต้องนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากคุณมีอาการตาม 7 ข้อด้านล่างนี้ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด

1. เลือดออกเยอะสุดๆ

คุณเท่านั้นที่จะรู้ว่าโดยปกติเวลามีประจำเดือนเลือดของคุณจะมาเยอะขนาดไหน แต่อันที่จริงคำว่า “ปกติ” คือการเสียเลือดประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะเท่านั้นหรือคุณสามารถพิจารณาได้จากปริมาณเลือดบนผ้าอนามัยของคุณ หากพบว่าผ้าอนามัยเปียกชุ่มภายในสองชั่วโมงหรือใช้ผ้าอนามัยมากกว่าวันละห้าแผ่นหรือมีประจำเดือนนานกว่าเจ็ดวัน ขอแนะนำว่าคุณควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากการมีประจำเดือนมากเกินไปเป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูก ไทรอยด์หรือโรคเกี่ยวกับฮอร์โมน การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือแม้แต่โรคมะเร็ง

2. ปวดเกร็งรุนแรง

การปวดเกร็งหรือตะคริวเป็นอาการที่เกิดควบคู่กับการมีมดลูกของผู้หญิง แต่ถ้าคุณมีอาการปวดเกร็งบ่อยจนต้องหยุดงานหรือหยุดเรียน หรือแม้แต่รับประทานยาแก้ปวดแล้วก็ยังไม่บรรเทา เป็นไปได้ว่าคุณอาจกำลังประสบกับปัญหาอื่นที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ไม่ว่าจะเป็นรังไข่ ท่อนำไข่ หรือแม้แต่ลำไส้ ซึ่งมักจะมีอาการเจ็บระหว่างมีเซ็กส์ ปวดหลังหรือปวดท้องตลอดทั้งเดือน รวมถึงประจำเดือนมาไม่ปกติด้วย นอกจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่แล้วนี่อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูกหรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานซึ่งอาจเกิดจากโรคหนองในแท้หรือหนองในเทียมที่ไม่ได้รักษา ข่าวดีคือการรักษาจะทำให้อาการปวดประจำเดือนของคุณทุเลาเบาบางลง

3. เลือดออกกะปริดกะปรอย

อาการเลือดออกกะปริดกะปรอยอาจเป็นสัญญาณชี้ว่าคุณมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ เช่น ติ่งเหนือปากมดลูกหรือเยื่อบุโพรงมดลูก (ซึ่งไม่รุนแรงแต่อาจทำให้เลือดออกหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ได้) หรือในกรณีที่หายากได้แก่โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกหรือปากมดลูก นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ด้วย อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะไม่มีอะไรต้องห่วงแต่คุณก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

4. เลือดจับตัวเป็นลิ่ม

หากเลือดจับตัวเป็นก้อนลิ่มเล็กๆก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแต่หากมีขนาดใหญ่กว่าหนึ่งในสี่ก็อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูกรวมถึงโรคทางพันธุกรรมอย่างโรคความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนดหรือร่างกายกำลังปรับตัวกับการใส่ห่วงอนามัยแบบใหม่ก็เป็นได้ ทางที่ดีหากพบว่าเลือดจับตัวเป็นก้อนลิ่มใหญ่หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคุณควรรีบปรึกษาแพทย์

5. ปวดหลังท่อนล่างอย่างรุนแรง

ผู้หญิงเราส่วนใหญ่มักจะปวดหลังท่อนล่างในระหว่างที่มีประจำเดือนซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากสารโพรสตาแกลนดิน สารโพรสตาแกลนดินจะทำให้มดลูกหดเกร็งถี่เกินไปและทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อโดยรอบไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามหากคุณมีอาการปวดหลัง ปวดท้อง หรือปวดอุ้งเชิงกรานในระหว่างที่มีประจำเดือนเป็นไปได้ว่าคุณกำลังป่วยเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่รวมถึงเนื้องอกมดลูกด้วย

6. ปวดขณะถ่ายท้อง

แม้ว่าจะพบได้ยากแต่ก็ยังรุนแรงอยู่ หากคุณมีอาการปวดขณะถ่ายท้องในระหว่างที่มีประจำเดือนก็อาจเป็นสัญญาณของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องผูกหรือท้องเสียร่วมด้วย เนื่องจากโรคจะทำให้เยื่อบุมดลูกเจริญเติบโตบนปลายลำไส้ใหญ่ ไส้ติ่ง หรือลำไส้เล็กซึ่งทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง นี่เป็นอีกหนึ่งอาการที่ไม่ “ปกติ” เลยและมีผู้หญิงที่เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ต้องต่อสู้กับโรคที่เกี่ยวกับลำไส้อีกราวร้อยละ 5-15 ดังนั้นหากคุณมีอาการเหล่านี้อยู่รีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

7. การเปลี่ยนแปลงอื่นๆที่เห็นได้ชัด

อาการส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ (หรือสุขภาพโดยทั่วไปของคุณ) หากปกติประจำเดือนของคุณเคยมาสั้นหรือน้อยมากแต่ตอนนี้กลับมานานหรือเยอะมาก คุณควรเริ่มสังเกตอาการของตัวเองได้แล้ว ขณะเดียวกันหากคุณไม่เคยมีอาการปวดเกร็งเลยแต่ตอนนี้คุณกลับต้องนอนซมอยู่บนเตียงอย่างน้อยหนึ่งวัน คุณควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ แม้ว่าอาการเหล่านี้อาจจะเป็นแค่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอายุหรือระดับฮอร์โมนแต่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายต่างๆได้เช่นกัน

Blogger : Gabrielle Moss

Source : bustle.com