Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Omega-3s Aren’t So Great For Your Heart After All
โอเมก้า 3 ไม่ได้ดีต่อหัวใจอย่างที่คิด

โอเมก้า 3 ไม่ได้ดีต่อหัวใจอย่างที่คิด

ว่ากันว่าโอเมก้า 3 จะช่วยปกป้องเราทุกคนจากโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพอื่นๆ แต่ล่าสุดการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ใน JAMA Cardiology พบว่าน้ำมันปลาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอเมก้า 3 ไม่มีประโยชน์กับผู้ป่วยโรคหัวใจเลย

แล้วเหตุผลอื่นๆในการรับประทานโอเมก้า 3 ล่ะ? มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยชี้ว่าโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ นอกจากนี้การรับประทานโอเมก้า 3 หรือ DHA ของผู้หญิงตั้งครรภ์จะทำให้ทารกฉลาดหรือช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้ แม้ว่าการศึกษาอื่นๆจะพบว่าโอเมก้า 3 อาจทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมลดลงแต่ก็ทำให้โอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความหวังอยู่ริบหรี่ โอเมก้า 3 อาจช่วยลดอาการข้อบวมและความเจ็บปวดของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ รวมถึงผู้ที่มีอาการตาแห้งแต่ยังต้องรอการวิจัยเพิ่มเติมก่อน ในปี 2012 มีประชากรผู้ใหญ่ชาวสหรัฐร้อยละ 12 รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลามากขึ้นจากปี 1999 เพียงร้อยละ 1.3 เท่านั้น ขณะที่การศึกษาในปี 2017 พบว่าผู้ใหญ่ชาวสหรัฐอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 22 รับประทานโอเมก้า 3 ทำให้โอเมก้า 3 กลายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหมาะกับกลุ่มอายุนี้มากที่สุดเป็นอันดับสามรองจากวิตามินรวมและวิตามินดี

โอเมก้า 3 มีชื่อเสียงขึ้นมาได้อย่างไร

ในช่วงปี 1970 แพทย์ชาวเดนิสสองคนนามว่า Hans Olaf Bang กับ Jorn Dyerberg ได้ยินมาว่าประชากรชาวกรีนแลนด์ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจน้อยมาก โรคหัวใจประเภทนี้มักเกิดจากการสะสมของคอเลสเตอรอลและทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งสุดท้ายก็หัวใจวายในกรณีที่หลอดเลือดอุดตัน ด้วยเหตุนี้แพทย์ทั้งสองท่านจึงเข้าไปสังเกตการรับประทานอาหารของชนเผ่าอินูอิตแห่งกรีนแลนด์ สิ่งที่ชนเผ่าอินูอิตรับประทานนั้นตรงกันข้ามกับอาหารไขมันต่ำที่ได้รับการแนะนำให้รับประทานเพื่อสุขภาพหลอดเลือดหัวใจในโลกตะวันตก แต่พวกเขาก็ยังมีระดับพลาสม่าไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่าชาวเดนิช อาหารของพวกเขาไม่เน้นผักผลไม้แต่จะเน้นไปที่ไขมันสัตว์จากแมวน้ำและชั้นไขมันของวาฬซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ทำจากแพลงก์ตอนพืชและเป็นห่วงโซ่อาหารของปลา แมวน้ำ และวาฬ ไขมันเหล่านี้ดีต่อสุขภาพหัวใจของชนเผ่าอินูอิต เมื่อเรารับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 พวกมันจะเข้าไปรวมอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์และทำหน้าที่เป็นผู้เบิกทางเอโคซานอยด์ซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ การแข็งตัวของเลือด และความดันโลหิต โอเมก้า 3 จะช่วยป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและการแข็งตัวของเลือด ลดการอักเสบ และทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง

บางอย่างที่น่าสงสัย

แต่เมื่อพิจารณาต้นกำเนิดของน้ำมันปลาก็พบว่าน่าสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้ว อย่างแรกพวกเขาไม่เคยวัดค่าการเกิดโรคหัวใจในกรีนแลนด์แต่อาศัยการประเมินคร่าวๆ การศึกษาภายหลังพบว่าอัตราการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจของประชากรชาวอินูอิตสูงมากแม้ว่าจะรับประทานกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณมากก็ตาม (แต่ไม่สูงกว่าประชากรในฝั่งตะวันตก) แต่ปลาก็ยังมีประโยชน์สำหรับเรา ทั้งนี้ได้มีการประเมินถึงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนปลาที่รับประทานเข้าไปกับอัตราการเกิดโรคหัวใจและพบว่าการรับประทานปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งมีแนวโน้มทำให้ความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจลดลง ทว่าการศึกษาเหล่านี้ไม่อาจบอกได้ว่าแคปซูลโอเมก้า 3 มีสรรพคุณเทียบเท่ากับเนื้อปลาในอาหารหรือไม่ ปลามีประโยชน์สำหรับเราเนื่องจากพวกมันมีทั้งโอเมก้า 3 วิตามินดี ไอโอดีน เซเลเนียม และโปรตีน หากคุณเลือกรับประทานปลาแซลมอนแทนสเต็ก ร่างกายของคุณจะได้รับกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนมากกว่าและไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า

โอเมก้า 3

ความจริงที่เปิดเผย

ในการหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจ เราจำเป็นต้องดูผลการทดลองซึ่งมีผู้เข้าร่วมเกือบ 78,000 คนที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจสูง บางคนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโอเมก้า 3 ขณะที่บางคนไม่ได้รับประทาน การทดลองนี้ใช้เวลาติดตามผู้คนมานานกว่าสี่ปีครึ่งและมีการบันทึกเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ 6,273 ครั้งได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง และกระบวนการรักษาต่างๆ เช่น การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจและการผ่าตัดขยายเส้นเลือด มีการทดลองเพียงไม่กี่สิบครั้งที่พบคุณประโยชน์ของโอเมก้า 3 ขณะที่ข้อมูลอื่นๆชี้ว่าอัตราการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้ลดลงเลยแม้ว่าจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมก็ตาม

สรุป คุณสามารถรับประทานน้ำมันปลาได้แต่อย่าไปหวังมาก

อย่างไรก็ตามคุณยังสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมโอเมก้า 3 ได้ในกรณีที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ก็มีความเสี่ยงเล็กน้อยหากรับประทานโอเมก้า 3 ในปริมาณทั่วไปหรือเท่ากับน้ำมันปลาประมาณหนึ่งกรัม บางทีผลิตภัณฑ์เสริมโอเมก้า 3 นั้นมีประโยชน์ต่อหัวใจหากร่างกายของคุณขาดโอเมก้า 3 จริงๆ ยิ่งคนเรารับประทานปลามากเท่าไหร่ ผลิตภัณฑ์เสริมโอเมก้า 3 ก็ยิ่งไม่จำเป็นมากเท่านั้น หรือเราอาจรักษาโรคหัวใจได้โดยการใช้ยาอย่างสแตติน

โอเมก้า 3 หัวใจ

Blogger : Alice Callahan

Source : vitals.lifehacker.com