Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

เหตุใดอาหารลดน้ำหนักตามกระแสจึงมาไวไปไว
แล้วเราควรทำอย่างไรดี

เหตุใดอาหารลดน้ำหนักตามกระแสจึงมาไวไปไว

ปัจจุบันหลายคนพยายามหาวิธีที่ดีที่สุดในการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก และรู้สึกมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารบางเวลา รับประทานอาหารมื้อย่อย งดรับประทานอาหารบางกลุ่ม หรือรับประทาน “แค่” อาหารบางกลุ่ม แต่คราวนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีและข้อเสียของอาหารตามกระแสกัน

อาหารตามกระแสจะให้ความรู้สึกราวกับว่ามีอาหารแนวใหม่โผล่มาตลอดเวลา เหตุใดคุณจึงคิดเช่นนั้น?

ธรรมชาติของมนุษย์เรามักจะชอบอะไรใหม่ๆและรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้กระแสต่างๆจึงต้องรวดเร็วและสดใหม่อยู่เสมอ

ข้อดีคือเราจะใส่ใจเรื่องสุขภาพ ไม่ว่าจะลองหรือไม่ก็ตาม คนเรามักจะสนใจหรือแม้แต่ให้ความสำคัญกับผักเพิ่มขึ้น สิ่งเดียวที่ทำให้กระแสกับไลฟ์สไตล์ไปด้วยกันได้ก็คือผัก

ข้อเสียคือกระแสในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะให้ผลเสียมากกว่าผลดี อาหารตามกระแสจะเปลี่ยนระบบการทำงานของร่างกาย เช่น การเผาผลาญรวมถึงฮอร์โมนต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณกำจัดคาร์บปริมาณน้ำจำนวนมากในร่างกายก็จะถูกขับออกไปด้วย และถ้าคุณต้องการคาร์บกลับเข้ามาคุณก็ต้องสร้างพื้นที่จุน้ำมากขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย การกำจัดและเพิ่มปริมาณคาร์บบ่อยๆอาจส่งผลเสียต่อการผลิตอินซูลินจนเกิดเป็นภาวะดื้อต่ออินซูลินและภาวะเริ่มต้นก่อนที่จะเป็นเบาหวาน เป็นต้น

คุณอาจเคยเห็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรับประทานอาหารไร้คุณภาพ อะไรคือพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบผิดๆที่คุณพบได้บ่อย?

ในปี 2019 คนจำนวนไม่น้อยหลีกเลี่ยงการรับประทานคาร์บแม้แต่ผลไม้หรือผักที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ อาหารเหล่านี้มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากและควรเลือกรับประทานเมื่อต้องจับคู่ระหว่างไขมันกับโปรตีน คนเรามักเข้าใจผิดว่าต้องรับประทานอาหารให้น้อยลงเพื่อลดน้ำหนักโดยเฉพาะถ้าเน้นตำแหน่งที่มีปัญหา

ระหว่างเลิกรับประทานหรือเลิกคิดมาก คุณอยากให้เลิกอะไรเมื่อพูดถึงอาหารตามกระแส?

ฉันหวังว่าหลายๆคนจะเลิกคิดมาก เราต้องรับประทานผักให้มากขึ้นและเลิกนับแคลอรี่หรือตัวเลขอะไรก็ตาม ฉันอยากให้ทุกคนมีความสุขกับการรับประทานอาหาร บ่อยครั้งที่คนเรามักจะลงโทษตัวเองที่เลือกอาหารแย่ๆแทนที่จะก้าวต่อและตัดสินใจเลือกอาหารมื้อต่อไปอย่างชาญฉลาด ฉันอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

ใช่ว่าอาหารจะแย่ทั้งหมดและใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน แล้วการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แบบไหนที่คุณเห็นด้วย?

  1. รับประทานอาหารหลังตื่นนอนภายในหนึ่งชั่วโมงเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญและเริ่มใช้ไขมันเป็นพลังงาน
  2. รับประทานอาหารทุกๆสี่ชั่วโมงหลังจากนั้น
  3. ควบคุมขนาดของมื้ออาหารให้เท่าๆกัน
  4. รับประทานอาหารให้ครบสามหมู่ทุกมื้อ (คาร์บ ไขมัน และโปรตีน) เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานอย่างต่อเนื่อง
  5. รับประทานผักและผลไม้ 5 สีทุกวัน
  6. ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรหรือมากกว่านั้น
  7. ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีอย่างน้อยสี่ครั้งต่อสัปดาห์

อะไรทำให้ทฤษฎีเหล่านี้แตกต่างจากทฤษฎีอื่น?

ทฤษฎี “การเลือกรับประทานอาหาร” หรือ “การใช้ชีวิต” ที่เราสอนนั้นจะพุ่งเป้าเฉพาะตำแหน่งที่มีปัญหาเนื่องจากมันจะเผาผลาญไขมันที่ถูกใช้เป็นพลังงาน นอกจากนี้เรายัง “จำกัด”อาหารบางประเภทด้วย ถ้าคุณไม่สามารถปฏิบัติตามได้ในระยะยาวก็ไม่ควรคิดที่จะเริ่มเลย ลองหาวิธีอื่นที่คุณสามารถทำได้ดีกว่า

เมื่อพูดถึงการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เราควรเริ่มต้นตรงไหน? ควรเพิ่มเข้าไปเป็นกิจกรรมใหม่หรือจัดเต็มเลยทันที?

ข้อนี้จะขึ้นอยู่กับอุปนิสัยและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน สำหรับบุคลิกภาพแบบ A คุณควรจัดเต็ม 100% แต่สำหรับบุคลิกภาพแบบอื่นต้องค่อยๆเปลี่ยนแปลงทีละนิด

เราทุกคนควรรู้อะไรมากขึ้นเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ?

เราควรใส่ใจความรู้สึกของตัวเองมากกว่าตัวเลขบนตาชั่ง หากคุณรู้สึกดีคุณก็จะทำต่อไป แล้วสุดท้ายทุกอย่างก็จะลงตัวโดยที่คุณไม่ทันรู้ตัวเลยล่ะ

Blogger : Abigail Yonker

Source : theeverygirl.com