Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ผิวสวย สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง
ด้วยวิตามินซีสูตรใหม่ที่เหมาะสำหรับทุกคน

ผิวสวย สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ด้วยวิตามินซี

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้ เดี๋ยวก็แดดเปรี้ยง สักพักฝนก็เท แถมอีกไม่นานลมหนาวก็กำลังจะมาเยือน สาวๆ issue247 ยังสุขภาพแข็งแรงดีกันอยู่หรือเปล่า? ที่สำคัญยังผิวสวยหน้าใสเหมือนเดิมมั้ย? บอกเลยว่าช่วงปลายปีผู้หญิงอย่างเราต้องดูแลตัวเองกันเป็นพิเศษหน่อย นอกจากจะหาไอเท็มเด็ดๆมาเสริมความปังจากภายนอกแล้ว เรื่องของภายในก็ต้องใส่ใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวิตามินซีที่เป็นวิตามินตัวแม่สุดคลาสสิกที่ใครๆก็ไม่สามารถขาดได้ ด้วยสุดยอดคุณสมบัติที่ดีกับทั้งร่างกายและความสวยความงาม เรามาย้ำกันอีกสักรอบดีกว่าว่าวิตามินชนิดนี้มีความดีงามอย่างไรบ้าง

1. หนึ่งในตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับผิวพรรณ

ผิวสวย สุขภาพดี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ด้วยวิตามินซีสูตรใหม่ที่เหมาะสำหรับทุกคน

เรียกว่าเป็นวิตามินที่มอบความสวยแบบคอมโบเลยทีเดียว ทั้งผิวหน้าที่สดใสขึ้น ผิวกายเรียบเนียน นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถให้ผิวในการสู้กับแสงแดดซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอย มากไปกว่านั้นยังช่วยดูแลผิวบริเวณที่เป็นแผลให้สมานตัวและหายเร็วขึ้น

2. ชะลอความแก่ก่อนวัย

วิตามินซี ชะลอความแก่ก่อนวัย

วิตามินซีคือเเอนติออกซิเเดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี มีฤทธิ์ในการต่อต้านความเสื่อมและการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์และอวัยวะภายใน นอกจากผิวพรรณของเราจะดูไม่แก่ก่อนวัยแล้วร่างกายโดยรวมก็ยังคงความเป็นสาวไว้ได้นานขึ้นอีกด้วย

3. ปรับปรุงการไหลเวียนโลหิต

วิตามินซี ปรับปรุงการไหลเวียนโลหิต

ใครอยากมีผิวสุขภาพดีมีเลือดฝาดที่แก้ม วิตามินซีช่วยได้! กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือความสดใสของผิวที่สามารถสังเกตเห็นได้ เรียกว่าหน้าสดก็ไม่ต้องกลัว มั่นหน้า มั่นใจกันไปเลย

4. ห่างไกลจากไข้หวัด

วิตามินซี ห่างไกลจากไข้หวัด

เนื่องจากวิตามินซีมีส่วนในการเสริมสร้างความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว เมื่อมีไวรัสไข้หวัดเข้าสู่ร่างกายเม็ดเลือดขาวจะสามารถกำจัดเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเป็นผลดีกับทั้งการป้องกันและรักษาโรคไข้หวัด รวมไปถึงคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็ไม่ควรขาดวิตามินซี

5. เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

วิตามินซี เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก

อีกหนึ่งคุณสมบัติของวิตามินซีคือช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งธาตุเหล็กเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง และข้อดีที่สาวๆโฟกัสนั่นคือผิวพรรณ ธาตุเหล็กสามารถมอบผิวที่เรียบเนียนให้กับเราได้ด้วย หากมีการดูดซึมที่ดีร่างกายจะได้รับประโยชน์จากธาตุเหล็กไปแบบเต็มๆ

6. ช่วยลดโอกาสการเป็นต้อกระจก

วิตามินซี ช่วยลดโอกาสการเป็นต้อกระจก

มีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินซีเป็นประจำอย่างน้อย 10 ปี จะลดความเสี่ยงของอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจกได้ถึง 77% สาวๆคนไหนที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องรับประทานวิตามินซีเป็นประจำ

7. เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม

วิตามินซี เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม

ขึ้นชื่อว่าแคลเซียม ใครๆก็ขาดไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึง ผิว ผม เล็บ ฟัน และกระดูกของเราจะได้รับการดูแลให้มีสุขภาพดีไปตราบนานเท่านาน และหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการได้รับแคลเซียมอย่างเต็มที่คือการดูดซึม เพราะฉะนั้นสาวๆต้องไม่ลืมเสริมวิตามินซีเพื่อช่วยในเรื่องสำคัญนี้

8. ป้องกันภาวะเลือดออกตามไรฟัน

วิตามินซี ป้องกันภาวะเลือดออกตามไรฟัน

ปิดท้ายกับโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคลักปิดลักเปิด ถึงแม้จะไม่ใช่โรคยอดฮิตแต่ก็คงดีกว่าที่จะไม่เป็นโรคนี้ ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการเสริมวิตามินซีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและต่อเนื่อง

ดีงามขนาดนี้แล้วแน่นอนว่าใครก็ไม่สามารถขาดวิตามินซีได้ ซึ่งนอกจากจะเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงแล้วยังมีอีกหนึ่งวิธีในการป้องกันการขาดวิตามินซีนั่นคือการเสริมด้วยวิตามินซีปริมาณสูงที่สามารถรับประทานได้สะดวกทุกวัน และหนึ่งในแบรนด์ที่เราอยากจะแนะนำให้สาว issue247 ได้ลองกันคือ Nat C วิตามินซีในรูปแบบเม็ด และ Nat C Ester ในรูปแบบชงน้ำที่ได้ทั้งความอร่อยและสดชื่น นอกจากจะได้รับวิตามินซีสูงถึง 1,000 มิลลิกรัมต่อหนึ่งซองแล้วยังให้ความปลอดภัยมากขึ้นเพราะปราศจากความเป็นกรด ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งใครที่เป็นโรคกระเพาะก็สามารถรับประทานได้

Nat C แบบเม็ด

Nat C แบบเม็ด

Nat C Ester แบบชงน้ำ

Nat C Ester แบบชงน้ำ

Nat C Ester

ขนาดวิธีรับประทาน

  1. เพื่อบำรุงสุขภาพ หรือป้องกันโรคหวัดเเละภูมิเเพ้ วันละ 1,000 มิลลิกรัม
  2. เพื่อให้หายจากโรคหวัดเร็วขึ้นเมื่อมีอาการหวัด วันละ 2,000-3,000 มิลลิกรัม
  3. เพื่อป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง จากผลการวิจัย วันละ 6,000-18,000 มิลลิกรัม
  4. เพื่อป้องกันการปวดสำหรับโรคเก๊าท์ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
  5. จากการวิจัยพบว่าขนาดที่สามารถรับประทานได้เป็นระยะเวลายาวนาน โดยไม่มีข้างเคียง คือวันละ 3,000 มิลลิกรัม