Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Mistakes You’re Probably Making When You Brush Your Teeth
8 ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นขณะแปรงฟัน

หนึ่งในเหตุผลของการแปรงฟันคือเพื่อป้องกันฟันผุ รวมถึงเพื่อป้องกันกลิ่นปากด้วย แต่ถ้าวิธีแปรงฟันของคุณเป็นสาเหตุทำให้รากฟันอ่อนแอ ฟันผุ และเป็นโรคเหงือกล่ะ? ว้าย..น่ากลัว จากการศึกษาพบว่าคนเราส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดในเรื่องของการแปรงฟัน ซึ่งบางทีอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อฟันแทนที่จะเป็นผลดี งั้นเรามาทำความเข้าใจกันเสียใหม่เพื่อสุขภาพฟันที่ดีกว่าเดิม

1. แปรงฟันนานไม่พอ

คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้เวลากับการแปรงฟันเท่าที่ควร ทันตแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่าควรแปรงฟันนานประมาณ 2-3 นาที แต่มีน้อยคนนักที่สามารถแปรงได้นานขนาดนั้น ลองจับเวลาดูสิว่าคุณแปรงฟันนานเท่าไหร่ เชื่อสิว่าคุณใช้เวลาแปรงฟันแค่นาทีเดียวเท่านั้นแหละ ค่อยๆปรับโดยการตั้งเวลาไว้สัก 2-3 นาทีก่อนที่คุณจะเริ่มแปรงฟัน หรือถ้าจะให้สะดวกหน่อยก็ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าโดยตั้งเวลาไว้ 2 นาทีก็ได้

2. คุณไม่มองตัวเองขณะแปรงฟัน

คุณควรมองกระจกขณะแปรงฟันและสังเกตทิศทางของแปรงสีฟัน คุณอาจพลาดจุดที่สำคัญที่สุดนั่นคือบริเวณเหงือกซึ่งคราบหินปูนและแบคทีเรียจะก่อตัวขึ้น และอาจเป็นสาเหตุทำให้เหงือกอักเสบและติดเชื้อได้ นอกจากนี้ยังควรดูแลฟันกรามข้างในด้วย ที่สำคัญการหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของฟันซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นสิ่งผิดปกติต่างๆ เช่น รอยแตก รอยร้าว หรือบริเวณที่ฟันบนกับฟันล่างของคุณคร่อมกันซึ่งเป็นสัญญาณบอกปัญหาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร การขบแน่นของฟัน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากสังเกตเจอสิ่งผิดปกติกรุณาไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด

3. เทคนิคของคุณต้องได้รับการปฏิวัติใหม่ทั้งหมด

ส่วนเคลือบฟันเกิดจากแท่งที่เรียงอัดกันแน่นและมีลักษณะคล้ายแก้วซึ่งปรากฏอยู่บนพื้นผิวฟัน เมื่อแปรงฟันไปมา แท่งเปราะบางเหล่านี้อาจแตกหักเกิดเป็นรอยแยกและเป็นอันตรายต่อเนื้อฟัน อย่าลืมว่าฟันไม่ใช่ต้นไม้ มันงอกขึ้นมาใหม่ไม่ได้ ดังนั้นถือแปรงสีฟันให้เป็นมุม 45 องศากับฟันและแปรงเป็นวงกลมเล็กๆ จากนั้นขยับไปแปรงบนฟันชุดถัดไป ทำไปเรื่อยๆจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง บนลงล่าง หน้าไปหลัง หลังจากที่แปรงฟันเป็นวงกลมเสร็จแล้ว ให้แปรงปัดออกจากเหงือกเพื่อกำจัดคราบแบคทีเรียและหินปูน

4. คุณแปรงฟันรุนแรงเกินไป

โอกาสที่เนื้อฟันจะเสียหายขึ้นอยู่กับความรุนแรงในการแปรงฟันของคุณ และถ้ายิ่งมีการขบหรือกัดฟันแน่น โอกาสก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก พฤติกรรมเช่นนี้บวกกับการแปรงฟันอย่างรุนแรงจะทำให้เกิดร่องใกล้กับเหงือกหรือที่เรียกว่ารอยสึกกร่อน หากกระทำเช่นนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆจะสร้างความเสียหายให้กับเนื้อฟันข้างในรวมถึงชั้นรากฟันด้วย และที่แย่ไปกว่านั้นคือทำให้เหงือกอักเสบและเข้าสู่ภาวะเหงือกร่น

5. ใช้แปรงสีฟันผิดประเภท

คุณควรซื้อแปรงสีฟันชนิดขนนุ่มหรือขนนุ่มพิเศษเพื่อลดการสร้างความเสียหายให้แก่ฟัน แต่กระทั่งแปรงสีฟันขนนุ่มก็อาจทำให้เกิดบาดแผลได้หากคุณแปรงฟันไม่ถูกวิธี แปรงสีฟันไฟฟ้าอาจเหมาะที่สุดเนื่องจากจะช่วยให้คุณแปรงฟันได้นานยิ่งขึ้นและเข้าถึงช่องปากทุกซอกทุกมุม หากทันตแพทย์แนะนำให้คุณใช้แปรงสีฟันสำหรับรากฟันเทียมหรือครอบฟันก็ควรใช้เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามไปยังเหงือก แม้จะฟังดูน่ากลัวแต่แปรงสีฟันของคุณคือแหล่งรวมของเชื้อโรคนานาชนิด รวมถึงแบคทีเรียตระกูลสแตปฟีโลค็อกคัสกับสเตรปโตค็อกคัส คุณควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากขนแปรงบาน หลุดลุ่ยและหักงอ หากต้องการชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ควรลวกแปรงสีฟันด้วยน้ำร้อนหลังจากที่ใช้เสร็จและปล่อยให้แห้งสนิทเอง

6. ใช้ยาสีฟันไม่เหมาะกับตัวเอง

ยาสีฟันเบกกิ้งโซดาสามารถขจัดคราบสกปรกได้เป็นอย่างดีเนื่องจากมันมีฤทธิ์กัดกร่อน แต่ก็ส่งผลเสียหายต่อฟันเช่นกัน ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย ในขณะที่ยาสีฟันสูตรเพื่อฟันขาวนั้นไม่ทำร้ายฟันแต่อย่างใด

7. ใช้ไหมขัดฟันไม่เป็น

เราควรใช้ไหมขัดฟันในตำแหน่งที่แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึง ร่องฟันมักเกิดขึ้นเมื่อฟันสองซี่สัมผัสกัน ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปอาศัยอยู่ในนั้นและกินน้ำตาลจากเศษอาหาร รวมทั้งผลิตสารเคมีที่กัดกร่อนฟันและเข้าไปทำลายชั้นเนื้อฟันที่อยู่ข้างล่างจนกลายเป็นฟันผุได้ในที่สุด ซึ่งเมื่อถึงขั้นนั้นแล้วไหมขัดฟันก็ช่วยไม่ได้อีกต่อไป ก่อนอื่นเริ่มจากไหมขัดฟันยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้นิ้วพันปลายเชือกทั้งสองด้าน จากนั้นใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ค่อยๆเลื่อนไหมขัดฟันเข้าไประหว่างซอกฟัน แต่ระวังอย่าดึงแรงเกินไปเพราะอาจทำให้เหงือกเป็นแผลได้ พันไหมขัดฟันไว้รอบฟันหนึ่งซี่และเลื่อนขึ้นลงเพื่อกำจัดคราบหินปูนให้หลุดออกไป ทำซ้ำแบบเดิมกับฟันซี่ถัดไป

8. ไม่ยอมใช้น้ำยาบ้วนปาก

การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีจะช่วยกำจัดคราบหินปูนได้ แต่การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากหลังจากแปรงฟันก็เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณมั่นใจว่าเชื้อแบคทีเรียเหล่านั้นออกจากปากของคุณไปแล้ว ให้ใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรปราศจากแอลกอฮอล์หรือจะใช้ฟลูออไรด์ก็ได้เพื่อช่วยให้ฟันแข็งแรงและป้องกันฟันผุ

Source : huffingtonpost.com