Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

การรับประทานปลาและอาหารทะเลที่มีสารปรอท
เป็นเรื่องน่ากลัวและไม่ควรมองข้าม

ปลาและอาหารทะเลที่มีสารปรอทเป็นเรื่องน่ากลัว

ที่ผ่านมาฉันพยายามลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงและเลือกรับประทานอาหารทะเลให้มากขึ้น ซูชิจึงกลายเป็นหนึ่งในอาหารเย็นของฉันเพราะทั้งอร่อยและเรียบง่าย ที่สำคัญปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูงก็เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด..จริงไหม? แต่ล่าสุดฉันเพิ่งตระหนักถึงคำเตือนเกี่ยวกับระดับปรอทที่ปนเปื้อนในปลา ฉันสงสัยว่าการรับประทานซูชิจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการได้รับสารพิษจากปรอทหรือไม่? ปรากฏว่าฉันไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับอาการปรอทเป็นพิษจากอาหารทะเลมากเกินไปนัก แต่คุณก็ควรศึกษาว่าปลาชนิดใดบ้างที่อาจทำให้โอกาสเสี่ยงของคุณเพิ่มขึ้น

ว่าแต่ปรอทคืออะไร?

สำหรับผู้ที่ไม่ได้จบสาขาเคมี ปรอทคือโลหะหนักที่พบได้ในเปลือกโลกตามธรรมชาติซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดได้แก่ ปรอทบริสุทธิ์ ปรอทอนินทรีย์ และปรอทอินทรีย์

ปรอทอินทรีย์ไม่อันตราย แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อถูกย่อยโดยเชื้อแบคทีเรียจนกลายเป็นเมทิลเมอร์คิวรี่ซึ่งเป็นปรอทอันตรายและสามารถพบได้ในปลากับหอยบางชนิด โดยปกติปลาขนาดใหญ่อย่างปลาฉลามและปลาฉนากจะมีปรอทสูงเนื่องจากพวกมันอายุยืนและอยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร ถัดมาคือปรอทบริสุทธิ์ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้โดยการหายใจเข้าไป (ไม่เกี่ยวกับการรับประทานปลา) และจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำงานในเหมืองถ่านหินหรือโรงงานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของปรอท (เช่น เทอร์โมมิเตอร์ บารอมิเตอร์ การอุดฟัน)

แล้วอาการปรอทเป็นพิษสามารถพบได้บ่อยแค่ไหน?

ในกรณีที่รุนแรงค่อนข้างหายาก มีการประเมินว่าระดับปรอทในเลือดสูงสามารถพบได้ในชาวอเมริกันร้อยละ 5-10 แต่มันจะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆและกลายเป็นปัญหาสุขภาพรุนแรงได้เมื่อเวลาผ่านไป

อาการปรอทเป็นพิษที่คุณควรรู้

  1. พัฒนาการที่ช้าลงของทารก เมทิลเมอร์คิวรี่จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงตั้งครรภ์จึงต้องระมัดระวังในการเลือกปลาที่จะรับประทานเข้าไป แม้ว่าคุณแม่อาจไม่มีอาการของปรอทเป็นพิษแต่สมองของทารกอาจเสียหายจากการได้รับปริมาณปรอทที่สูงเกินไปจนส่งผลต่อพฤติกรรม การรับรู้ ความสนใจในระยะสั้น และการเคลื่อนไหวในภายหลัง
  2. ปัญหาการรับรู้ ผู้ที่มีระดับปรอทสูงอาจประสบกับปัญหาการคิดและการจดจำซึ่งอาจทำให้รู้สึกฉุนเฉียวมากขึ้น
  3. ทักษะการพัฒนากล้ามเนื้อบกพร่อง ซึ่งอาจรวมถึงอาการสั่นด้วย (สั่นแบบควบคุมไม่ได้) เสียสมดุลหรือไม่สามารถเดินได้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาการชาหรือความรู้สึก “เหมือนมีเข็มแทง”
  4. หายใจไม่อิ่ม เนื่องจากสารพิษในปอด คุณอาจหายใจไม่อิ่มหรือการหายใจมีปัญหา
  5. อาการทางประสาท การสัมผัสถูกปรอทบริสุทธิ์ (โดยการหายใจเข้าไปไม่ใช่การรับประทานปลา) จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและระบบประสาททำให้ปวดศีรษะ ง่วงนอน เวียนศีรษะ และการรับรู้ด้อยลง อาการชักอาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับตามองไม่เห็นและการเห็นภาพซ้อน
  6. ปัญหาในช่องปาก หากหายใจหรือกลืนปรอทบริสุทธิ์เข้าไปคุณอาจรู้สึกเหมือนมีโลหะในปากหรือเหงือกบวมและเลือดออก
  7. อวัยวะล้มเหลว ในกรณีที่รุนแรงปรอทบริสุทธ์อาจทำให้การทำงานของอวัยวะล้มเหลวและถึงแก่ชีวิตได้

แล้วฉันจะลดโอกาสเสี่ยงของอาการปรอทเป็นพิษได้อย่างไร?

เนื่องจากอาการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นมีลักษณะไม่จำเพาะ ดังนั้นคุณควรไปพบแพทย์หากรู้สึกกังวลและชี้แจงว่าคุณรับประทานอะไรเข้าไปบ้าง พวกเขาสามารถตรวจเลือดเพื่อดูระดับปรอทได้ ข่าวดีคือคุณไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคปลาหรืองดรับประทานซูชิไปเลย เนื่องจากปลาส่วนใหญ่เป็นแหล่งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุชั้นดีรวมถึงสารอาหารที่มีประโยชน์อีกมากมาย องค์การอาหารและยาแนะนำว่าควรรับประทานปลาให้ได้ 2-3 หน่วยบริโภคต่อสัปดาห์และงดบริโภคปลาที่มีระดับปรอทสูง เช่น ปลาไทล์ฟิช ปลาฉนาก ปลาฉลาม ปลาอินทรีย์ และปลาทูน่า อีกวิธีหนึ่งที่คุณสามารถลดระดับปรอทในร่างกายได้คือการดื่มน้ำเยอะๆ มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ปกติ เลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีมากขึ้น (เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ตระกูลส้ม) และรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติก สุดท้ายนี้หากคุณกำลังตั้งครรภ์ควรตรวจสอบตารางของ FDA และ EPA ในการเลือกชนิดของปลาที่ควรรับประทาน ปริมาณและความถี่ รวมถึงชนิดของปลาที่ควรหลีกเลี่ยงด้วย

Blogger : Locke Hughes

Source : womenshealthmag.com