Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

What I Wish Someone Had Told Me About Losing a Lot of Weight
เรื่องราวความสำเร็จในการลดน้ำหนัก

เรื่องราวความสำเร็จในการลดน้ำหนัก

ที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่ในชีวิตของผมคือเรื่องน้ำหนักตัว พ่อแม่ของผมไม่ค่อยรู้เรื่องโภชนาการมากนักรวมถึงตัวผมเองด้วย พวกเรามักจะออกไปรับประทานอาหารจานด่วนด้วยกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และเมื่อตัวผมใหญ่ขึ้นอาหารที่กินก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย ผมยังจำตอนที่ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อไปโรงเรียนได้ดี ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 13 ปีและวิ่งไปหาแม่ด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับบอกแม่ว่าผมใส่กางเกงยีนส์ไซส์ 40 ได้พอดีเลย (จริงๆแล้วค่าเฉลี่ยคือไซส์ 28) แต่เป็นเพราะผมไม่รู้เรื่องก็เลยเฉยๆกับน้ำหนักตัวของตัวเอง แต่พวกเด็กๆที่โรงเรียนมักจะหยอกล้อผมจนผมรู้สึกว่าตัวเองต้องฝืนยอมรับกับการกระทำเหล่านั้น ในที่สุดผมก็ตัดสินใจลดน้ำหนักก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็น “เด็กอ้วน” อีกต่อไป

ความสำเร็จในการลดน้ำหนัก

ผมลดน้ำหนักลงไปได้เกือบ 15 กิโลกรัมเพียงแค่เลิกดื่มน้ำอัดลม (ปกติผมดื่มน้ำอัดลมวันละ 8-10 กระป๋อง) กับเริ่มต้นออกกำลังกายเบาๆ ผลปรากฏว่าน้ำหนักตัวลดลงเร็วมากจนมีคนถามผมว่าผมกำลังจะตายเหรอ แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับโภชนาการอยู่ดี ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยผมรับประทานแต่บุฟเฟต์ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้ออกกำลังกายจนกระทั่งน้ำหนักตัวกลับมาแตะที่ระดับสูงสุดราว 130 กิโลกรัมตอนผมอายุได้ 22 ปี ผมตัดสินใจลดน้ำหนักอีกครั้งก่อนเริ่มทำงานแรกแต่คราวนี้น้ำหนักตัวลดลงช้ามาก ทว่าผมกลับติดใจการออกกำลังกายและรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในอีกสองปีต่อมาผมลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 50 กิโลกรัมแต่ผมกลับไม่มีความสุขเลย

หาจุดสมดุล

ผมจำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างการมีความสุขกับการมีร่างกายที่แข็งแรงเพราะตลอดเก้าปีที่ผ่านมาผมสนใจแต่เรื่องการลดน้ำหนักและป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 90 กิโลกรัม แต่ความสุขก็ไม่ได้มาง่ายๆอย่างที่คิดเอาไว้ ผมไม่แปลกใจเลยกับข้อเท็จจริงที่ว่าร้อยละ 97 ของผู้ที่ลดน้ำหนักจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ผมพยายามหาข้อมูลเรื่องการลดน้ำหนักในอินเตอร์เน็ตแต่ไม่เคยสนใจเลยว่าการลดน้ำหนักจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนเราอย่างไร จากการอ่านเรื่องราวของคนอื่นบวกกับประสบการณ์ของตัวเองทำให้ผมค้นพบวิธีรับมือกับผลที่ตามมาหลังจากการลดน้ำหนักและนี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้

ลดน้ำหนักสำเร็จ

1. ค้นพบแนวคิดที่เหมาะกับตัวเอง

ครั้งหนึ่งผมเคยปฏิบัติตามข้อแนะนำของนักเพาะกายที่เก่งที่สุดในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าผมจะออกกำลังกายอย่างหนักหรือกินอาหารตามเขาอย่างเคร่งครัดมากขนาดไหน แต่รูปร่างของผมก็ไม่เหมือนกับเขาสักที ดังนั้นแทนที่จะเอาแต่เปรียบเทียบร่างกายของตัวเองกับคนอื่นผมจึงตัดสินใจหาแนวทางในการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับตัวเอง รวมถึงดีต่อสุขภาพ

2. ปฏิบัติตามกฎ 80/20

ผมไม่ชอบคิดว่าการลดน้ำหนักคือการเดินทางเนื่องจากมันบอกเป็นนัยๆว่ามีจุดจบ อันที่จริงการลดน้ำหนักไม่มีจุดจบแต่เป็นวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผมยังต้องหาวิธีลดน้ำหนักต่อไป ในที่สุดผมก็พบว่าผมควรให้เวลาตัวเองมีความสุขกับการใช้ชีวิตในสังคมประมาณร้อยละ 80 ส่วนที่เหลือก็ดูแลสุขภาพซะ

3. ถามตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีและแข็งแรงและสิ่งใดที่ไม่ใช่?

การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปทำให้ผมไม่กล้าทำอะไรหลายๆอย่างตั้งแต่การโยนจานร่อนในสวนสาธารณะกับเพื่อนๆหรือวิ่งเล่นกับสุนัขไปจนถึงการเดินป่าระยะทาง 10 ไมล์ที่นอร์เวย์ การเล่นสกีหรือโรยตัวเข้าไปในถ้ำที่เปอร์โตริโก แต่จากการทดลองผมก็พบสิ่งที่ไม่เหมาะกับผมนั่นคือการกินคาร์โบไฮเดรตระหว่างวันเนื่องจากทำให้ผมรู้สึกเฉื่อยชา

4. ดูแลตัวเอง

ที่ผ่านมาผมไม่เคยใช้เวลาฉลองความสำเร็จให้แก่ตัวเองเลยเพราะมัวแต่สนใจแต่สิ่งที่ผมทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผมจึงเริ่มรู้จักเห็นอกเห็นใจตัวเองและยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด ที่สำคัญควรหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกดี

5. หาเวลาอยู่เงียบๆบ้าง

แม้ว่าจะไม่ง่ายแต่การมีสติก็เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ การจดบันทึกทุกวันจะช่วยให้ผมมีสมาธิอยู่กับสิ่งเล็กๆอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ผมยังใช้ Headspace เพื่อฝึกจิตใจในระหว่างที่ฝึกสมาธิด้วย สุดท้ายความคิดในแง่ลบก็จะผ่านไปและทำให้ตัวเองมีสติอยู่กับปัจจุบัน อย่างไรก็ตามยิ่งผมรู้จักตัวเองมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกสบายใจมากขึ้น ที่สำคัญผมสามารถพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาต่างๆได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกผู้อื่นตัดสิน

6. จงจำไว้ว่าน้ำหนักไม่ใช่ตัวตนของคุณ

เมื่อผมลดน้ำหนักได้ คุณค่าในตัวผมก็เพิ่มขึ้นตามความใส่ใจจากผู้อื่น แต่ผมก็ยังกังวลว่าถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีกคุณค่าในตัวผมก็จะลดลงไป ผมจะรู้สึกผิดหวังรวมถึงผู้คนที่อยู่รอบตัวผมด้วย อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วไม่ว่าผมจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ น้ำหนักตัวไม่ใช่ปัญหาของผมอีกต่อไป

Blogger : Nick Eckhart

Source : greatist.com