Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ข้อควรรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง
วิตามินดีกับโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับวิตามินดีกับโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน

หากคุณเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน คุณอาจเคยได้ยินว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ซึ่งมีอาการปวดและข้อบวมตึงแข็งมักจะมีระดับวิตามินดีต่ำ การศึกษาเมื่อปี 2015 พบว่าผู้เข้าร่วมที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินร้อยละ 40.9 มีภาวะขาดวิตามินดี ส่วนผู้เข้าร่วมที่ควบคุมจะอยู่ที่ร้อยละ 26.7 ขณะที่โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่นๆก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับระดับวิตามินดีต่ำเช่นกัน

ในการศึกษาแบบเดียวกับข้างบนพบว่าผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ร้อยละ 40.5 มีภาวะขาดวิตามินดีเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีจำนวนร้อยละ 57.8 ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการอักเสบอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ด้วย นายวาซีม มีร์ กรรมการผู้จัดการและอายุรแพทย์โรคข้อและรูมาตอยด์แห่งโรงพยาบาลลีนอกซ์ฮิลล์เชื่อว่าการอักเสบทำให้ระดับวิตามินดีลดลง ไม่ใช่เพราะคนทั่วไปมีวิตามินดีในร่างกายไม่เพียงพอแต่เนื่องจากระบบภายในร่างกายทำงานไม่ถูกต้องต่างหาก อย่างไรก็ตามสมมติฐานข้อนี้ฟังดูมีเหตุผล เนื่องจากร่างกายต้องการวิตามินดีเพื่อดูดซึมแคลเซียม ทั้งแคลเซียมและวิตามินดีจะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าวิตามินดีจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วยซึ่งทั้งสองอย่างมีความสัมพันธ์กับอาการของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวิตามินดีกับโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน

การรักษาด้วยวิตามินดีช่วยได้หรือไม่?

ดร.มีร์ชี้ว่ามีผลวิจัยบางอย่างแนะนำว่าการรักษาด้วยวิตามินดีอาจช่วยบรรเทาอาการปวดข้อให้แก่ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาหารเสริมวิตามินดี หากคุณป่วยเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินก็ควรสอบถามแพทย์เกี่ยวกับระดับวิตามินดีของคุณเพื่อหาว่าอาหารเสริมดังกล่าวเหมาะกับคุณหรือไม่ การรักษาอีกวิธีคือการส่องไฟ ทว่าก็ยังมีหลักฐานการวิจัยไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณจะสามารถรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีได้ (ปลาที่มีไขมันสูง เช่น แซลมอนและทูน่า เห็ดบางชนิด และนม) แต่คุณก็ไม่สามารถรักษาภาวะขาดวิตามินดีได้โดยการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว ในทางปฏิบัติของ ดร.มีร์ โดยปกติเขาจะสั่งวิตามินดีเหลวให้แก่คนไข้ซึ่งเขากล่าวว่าวิธีนี้จะช่วยในการตอบสนองได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเนื่องจากดูดซึมผ่านปากได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการบริโภควิตามินดีมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดการสะสมของแคลเซียมในกระแสเลือดและทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปัญหาเกี่ยวกับไต ทางที่ดีคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

Blogger : Amanda Gardner

Source : health.com