Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

5 บทเรียนจากผู้คนที่สังเกต
โรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาด้วยตัวเอง

บทเรียนจากผู้ที่สังเกตโรคมะเร็งผิวหนังด้วยตัวเอง

เดือนพฤษภาคมคือเดือนแห่งการตระหนักถึงโรคมะเร็งผิวหนังเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนรู้จักหมั่นตรวจสอบผิวของตัวเองและสังเกตเห็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ เมลาโนมาเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดที่อันตรายที่สุดโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากไฝหรือสิ่งที่คล้ายกับไฝ หากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ ส่วนใหญ่ก็จะหายเป็นปกติ แต่ถ้าไม่..ก็จะกระจายไปยังส่วนอื่นๆและกลายเป็นเรื่องยากในการรักษา มูลนิธิโรคมะเร็งผิวหนังกล่าวว่าชาวอเมริกันร้อยละ 20 ป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนังและแม้ว่าเมลาโนมาจะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังที่พบได้น้อยที่สุดแต่ก็อันตรายมากที่สุด การรับรู้สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งผิวหนังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอยู่อย่างระมัดระวังและปลอดภัย เอาละนี่คือ 5 บทเรียนที่เราทุกคนสามารถเรียนรู้ได้

1. รู้ถึงความเสี่ยงของตัวเอง

บางคนมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนอื่นซึ่งทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตล้วนมีบทบาทสำคัญทั้งสิ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาฮิวจ์ แจ็คแมน นักแสดงหนุ่มวัย 48 ปีได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเบซาลเซลล์หรือ BCC รอบที่ 5 ก่อนหน้านี้ภรรยาของเขาได้พบรอยโรคมะเร็งของเขาในระหว่างการตรวจผิวตามปกติ นอกจากนี้ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาสูง (เป็นที่สองรองจากนิวซีแลนด์เท่านั้น) เนื่องจากมีระดับรังสียูวีสูงมาก

 

A post shared by Hugh Jackman (@thehughjackman) on

ขณะที่เจส ไทเลอร์ เฟอร์กูสัน นักแสดงหนุ่มอีกคนพบรอยโรคมะเร็งผิวหนังบนใบหน้า และเนื่องจากเขามีผมสีแดงทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากกว่าผู้ที่มีผมสีอื่นๆ นอกจากนี้ผู้ที่มีผมสีบลอนด์หรือผิวที่มีฝ้า กระ หรือไหม้ได้ง่ายก็มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นเช่นกัน

2. ขอให้เพื่อนหรือคนรักช่วยสังเกต

แอนดี้ โคเฮน เปิดเผยว่าเคลลี่ ริป้าเป็นคนที่สังเกตเห็นโรคมะเร็งเมลาโนมาของเขา เธอเห็นจุดสีดำบนริมฝีปากล่างของโคเฮนและคะยั้นคะยอให้เขาไปตรวจ ในที่สุดจุดดังกล่าวก็กลายเป็นมะเร็ง การศึกษาปี 2016 เผยว่าเพื่อนๆมีประโยชน์มากในการช่วยสังเกตโรคมะเร็งเมลาโนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขามีความรู้ในเรื่องนั้น คู่รักที่ฝึกการตรวจสอบผิวสามารถพบมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆถึง 51 จุด ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ฝึกจะพบเพียง 18 จุดเท่านั้น

 

A post shared by Andy Cohen (@bravoandy) on

3. สังเกตรูปเซลฟี่ของตัวเอง

สิ่งผิดปกติที่ปรากฏอยู่ในรูปอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสังเกตเห็นรอยโรคมะเร็ง ผู้หญิงคนหนึ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งผิวหนังบริเวณหน้าอกเนื่องจากรูปถ่ายในงานแต่งงานของเธอเมื่อปี 2007 ชี้ให้เห็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคมะเร็งและช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น “ขนาดใหญ่” ได้

สังเกตมะเร็งผิวหนัง

Deborah Crofts on her wedding day with her grandmother. (PA Real Life/A.V.I Auckland NZ)

ขณะเดียวกันภาพเซลฟี่บิกินี่ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ช่วยให้เธอสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของไฝบนหน้าท้องทำให้เธอต้องรีบไปตรวจร่างกายเพิ่มเติม ในที่สุดเธอก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาซึ่งกินลึกเข้าไปในผิวและจะต้องกำจัดผิวส่วนนั้นออกไป

สังเกตมะเร็งผิวหนังด้วยตัวเอง

Cloe Jordan shows her tan lines, and her mole. (Photo: Caters News)

สังเกตโรคมะเร็งผิวหนังด้วยตัวเอง

Photo: Caters News

4. รู้จัก ABCDEs

เคล็ดลับ ABCDE จะช่วยส่งสัญญาณเตือนในเรื่องของโรคมะเร็งผิวหนัง หากไฝของคุณมีรูปร่างผิดแปลก ขนาดผิดปกติ มีมากกว่าหนึ่งสี เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา งั้นคุณก็ต้องรีบไปตรวจโดยด่วน หากกระขนาดเล็กบนหน้าผากของผู้หญิงคนหนึ่งเริ่มมีจุดสีน้ำตาลปรากฏขึ้นอีกด้านหนึ่ง เป็นไปได้ว่านี่คือโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเบซาลเซลล์ซึ่งเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดที่พบบ่อยที่สุดในอเมริกา

5. นับไฝที่อยู่บนแขนของคุณ

หลังจากที่โรคมะเร็งผิวหนังสร้างความหวาดหวั่นตลอดช่วงฤดูร้อนของปี 2016 โคลเอ้ คาร์ดาเชียนก็เร่งเร้าให้บรรดาผู้ติดตามของเธอหมั่นตรวจคัดกรองโรคมะเร็งผิวหนังเป็นประจำ ผู้ติดตามคนหนึ่งอายุ 32 ปีมีไฝที่น่าสงสัยและสุดท้ายก็กลายเป็นมะเร็งจนต้องผ่าเอาผิวหนังออกไปถึง 8 นิ้ว คาร์ดาเชียนเขียนว่า “ฉันเคยไปตรวจ 2-3 ครั้งและดีใจมากที่ไฝเหล่านี้ไม่ได้กลายเป็นมะเร็ง ฉันขอให้คุณหมั่นสังเกตตัวเองบ่อยๆ! หากคุณเห็นบางอย่างผิดปกติก็เริ่มดูแลสุขภาพของตัวเองได้แล้ว!”

คาร์ดาเชียนมีไฝจำนวนไม่น้อยแต่ก็กำจัดออกไปไม่น้อยแล้วเช่นกัน การศึกษาในปี 2015 พบว่าผู้ที่มีไฝมากกว่า 11 เม็ดบนแขนข้างที่โดนแดดเป็นประจำ (ในสหรัฐอเมริกาคือแขนซ้าย) เป็นไปได้ว่าจะมีไฝรวมกันมากกว่า 100 เม็ดและมีโอกาสเสี่ยงสูงมากในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

Blogger : Devon Kelley

Source : yahoo.com