Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Dry January – It’s Time to Love Your Liver
ได้เวลาหันมาใส่ใจตับของตัวเองอย่างจริงจังซะที

ได้เวลาหันมาใส่ใจตับของตัวเองอย่างจริงจังซะที

เดือนมกราคมวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เทศกาลงานสังสรรค์ช่างมีมากมายเหลือเกินซึ่งทำให้ระดับการบริโภคแอลกอฮอล์สูงขึ้นต่างจากช่วงอื่นๆของปี บางคนอาจกำลังพิจารณาถึงโครงการ ‘Dry January’ (ละเว้นแอลกอฮอล์ในเดือนมกราคม) และบ่อยครั้งที่มีคำถามเกิดขึ้นว่า “การดูแลตับโดยการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นได้ประโยชน์จริงๆหรือ?” ตับของเรามีบทบาทสำคัญมากมายในชีวิตไม่ว่าจะเป็นการช่วยย่อยอาหาร ขับสารพิษ และปรับฮอร์โมนให้สมดุล บางคนกล่าวว่าตับยังสามารถควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์ได้อย่างดีเยี่ยมด้วย ทว่าเมื่อสุขภาพตับเสื่อมลงมาถึงขีดสุดเราก็ไม่สามารถใช้อวัยวะเทียมได้นอกจากรอการปลูกถ่ายเท่านั้น

British Liver Trust กล่าวว่าโรคตับเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเพียงอย่างเดียวที่ยังคร่าชีวิตผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆทุกปี มากกว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานและอุบัติเหตุทางรถยนต์รวมกันเสียอีก ด้วยเหตุนี้การงดดื่มเหล้าแม้เพียงเดือนเดียวก็ยังมีประโยชน์จริงๆ การงดดื่มแอลกอฮอล์ในระยะสั้นจะส่งผลดีต่อรูปแบบการนอนหลับ ความเครียดในแต่ละวัน สุขภาพของระบบทางเดินอาหาร ลดขนาดของรอบเอว และช่วยประหยัดเงินได้ปีละมากโขเลยทีเดียว

ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่แนะนำสำหรับผู้ชายและผู้หญิงคือ 14 หน่วยต่อสัปดาห์ (แอลกอฮอล์ 10 กรัม = 1 หน่วย) อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ แผลในกระเพาะอาหาร บำรุงสมอง แถมยังช่วยลดจำนวนการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากแอลกอฮอล์ ดังนั้นนอกเหนือจากการงดแอลกอฮอล์แล้วยังมีวิธีอื่นในการช่วยปกป้องตับอีกไหม? อาหารเสริมดีท็อกซ์หรือการเลือกรับประทานอาหารสามารถช่วยได้บ้างไหม? มีหลักฐานชี้ว่าสารประกอบในอาหารและสารจากพฤกษศาสตร์บางชนิดมีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์ตับ

1

ปกป้องเซลล์ตับโดยตรง ต้นมิลค์ ธิสเทิลซึ่งเป็นยาสมุนไพรอายุรเวท

2

ควบคุมวิถีเมแทบอลิซึมส่วนกลางตับในกรณีของสารพฤกษเคมีได-อินโดริลมีเธน (พบได้ในผักตระกูลกะหล่ำปลี เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำดาว และผักกาด)

3

เพิ่มปริมาณกลูต้าไธโอนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ในเซลล์ตับ ซีสเทอีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนสำคัญในการสร้างกลูต้าไธโอนสามารถพบได้ในเวย์โปรตีน (โปรตีนที่พบได้ในนมวัวธรรมชาติ)

อย่างไรก็ตามอาหารเสริมดีท็อกซ์ในตลาดส่วนใหญ่รวมถึงน้ำผลไม้และชาก็อาจมีสรรพคุณไม่เท่ากับที่อ้างอิงไว้ ในบางกรณีการรับประทานอาหารเสริมมากเกินไปก็อาจทำให้ผลลัพธ์เป็นไปในทางตรงกันข้าม เช่น ทำให้ตับเสียหายเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้แม้ว่าตับของคนเราจำเป็นต้องได้รับการดีท็อกซ์แต่ตับที่แข็งแรงย่อมดีกว่าเสมอ คุณควรหันมาใส่ใจและดูแลตับโดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์รวมถึงอาหารเสริมที่เหมาะสมด้วย

Blogger : Rick Miller

Source : huffingtonpost.co.uk