Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

คุณประโยชน์ของน้ำมันอะโวคาโด
มากพอๆกับน้ำมันมะพร้าวหรือไม่? เรามาพิสูจน์กัน

ประโยชน์ของน้ำมันอะโวคาโดพอๆกับน้ำมันมะพร้าวหรือไม่

ที่ผ่านมาต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่าสุดยอดอาหารชนิดนี้สามารถกรุยทางเข้าสู่แวดวงความงามได้หรือไม่? เนื้ออะโวคาโดเป็นส่วนผสมในการบำรุงผิวมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ส่วนน้ำมันอะโวคาโดก็กำลังค่อยๆไต่เต้าขึ้นมาเป็นวัตถุดิบหลักในการดูแลตัวเอง อะโวคาโดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไขมันชนิดดี วิตามินและกรดไขมันที่จำเป็น ดังนั้นการรับประทานอะโวคาโดจึงมีประโยชน์สำหรับผิวพรรณและเส้นผมที่ดี หรือหากนำมาทาผิวก็ไม่มีอันตรายใดๆ แต่น้ำมันอะโวคาโดจะกลายเป็นมหาอำนาจทางความงามแทนน้ำมันมะพร้าวได้จริงหรือไม่? งั้นเรามาดูข้อดีและคุณประโยชน์ของน้ำมันอะโวคาโดไปพร้อมๆกันเลยดีกว่า

น้ำมันอะโวคาโด

น้ำมันมะพร้าว

1. บำรุงเส้นผม

ฉันชะโลมน้ำมันอะโวคาโดเฉพาะบริเวณปลายเส้นผมหลังอาบน้ำแทนที่จะชะโลมทั่วหนังศีรษะ บอกตรงๆฉันไม่ชอบการเทน้ำมันไว้บนศีรษะเลย ดังนั้นฉันจึงไม่สามารถพูดถึงคุณสมบัติในการบำรุงหนังศีรษะของน้ำมันอะโวคาโดได้ แต่ฉันจะบอกว่ามันสามารถรักษาผมแตกปลายและผมแห้งรวมถึงผมทำสีได้อย่างดีทีเดียว

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ได้ผลดี!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : เสมอ

2. มอยส์เจอร์ไรเซอร์

ฉันรู้สึกว่าขาของฉันเรียบเนียนหลังจากที่ทาน้ำมันอาฟเตอร์เชฟ ขณะเดียวกันขาของฉันก็ปราศจากขนสั้นๆอยู่นาน 2-3 วันซึ่งนานกว่าปกติ แน่นอนว่าฉันได้กลิ่นอะโวคาโดเป็นเวลา 20 นาทีระหว่างที่น้ำมันค่อยๆซึมซาบเข้าไป

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ได้ผลดี!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : อะโวคาโด (ดีกว่าเพราะซึมได้เร็วกว่าเท่านั้น)

3. “ครีม” โกนหนวด

ฉันคงไม่ถูกกับครีมโกนหนวดใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันอะไร ใส่มากน้อยแค่ไหน หรือมีดโกนของฉันจะใหม่และคมอย่างไร สุดท้ายใบมีดก็มักจะเหนียวหลังจากที่ตวัดไปได้แค่เพียง 2 ที ฉันอาจต้องทาน้ำมันบางๆแต่ต้องไม่ใช่อะโวคาโด ฉันควรเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นดีกว่า

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ไม่ผ่าน!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : ไม่ได้เรื่องทั้งคู่

4. ลิปบาล์ม

ฉันอยากจะชอบนะแต่น้ำมันอะโวคาโดก็ลื่นเกินไปไม่ติดปาก ขณะที่น้ำมันมะพร้าวจะค่อยๆละลายติดไปกับริมฝีปาก บางทีฉันอาจต้องใช้สำลีก้านเป็นตัวช่วยแต่ฉันเหนื่อยที่จะลองแล้วล่ะ

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ไม่ผ่าน!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : มะพร้าว

5. น้ำมันบำรุงเล็บ

ฉันคิดว่าฉันได้พบสิ่งที่จะมาช่วยดูแลหนังกำพร้าแล้ว น้ำมันอะโวคาโดสามารถรักษาอาการเล็บฉีก เพียงใช้สำลีก้านทาเบาๆหรือจุ่มปลายนิ้วลงไปในถ้วยน้ำมันอะโวคาโด

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ได้ผล!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : อะโวคาโด

6. น้ำยาล้างเครื่องสำอาง

น้ำมันอะโวคาโดสามารถเช็ดล้างเครื่องสำอางออกได้ดีแต่ฉันว่ามันยังหนืดเกินไป ฉันต้องการความรู้สึกลื่นๆระหว่างที่ทำความสะอาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวแนะนำว่าน้ำมันอะโวคาโดไม่เหมาะกับผิวมัน (เหมือนกับฉัน) ดังนั้นหากมีสิวขึ้นตามไรผมและขากรรไกรในวันต่อมาก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ บางทีฉันอาจใช้น้ำมันมากเกินไปหรือไม่ได้ล้างออกไปด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ลบเครื่องสำอางได้แต่ทำให้ผิวมันยิ่งกว่าเดิม

อะโวคาโดกับมะพร้าว : ไม่ได้เรื่องทั้งสองอย่าง

7. ครีมบำรุงรอบดวงตา

หลังจากที่ล้างหน้าด้วยน้ำมันแล้วเกิดสิวบุก ฉันก็รู้สึกระแวงกับการทาใบหน้าด้วยน้ำมันอะโวคาโดแต่ฉันก็ลองทาบริเวณใต้ดวงตาเบาๆก่อนนอน เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าผิวรอบดวงตานั้นอวบอิ่ม ฉ่ำน้ำ และปกปิดร่องรอยหมองคล้ำจากการที่ฉันนอนไม่หลับเกือบตลอดทั้งคืน

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ได้ผล!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : อะโวคาโดทั้งวัน (และทั้งคืน)

8. ขัดผิวกาย

ฉันอาจพูดได้ไม่เต็มปากว่าการขัดผิวใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากมันบางเกินไปและไม่เหมาะที่จะนำมาขัดผิว

คำตัดสินรอบสุดท้าย : แหวะ!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : มะพร้าวแต่สูตรที่ต่างกันก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

9. การรักษาจุดด่างดำ

เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ฉันจึงคิดว่าน้ำมันอะโวคาโดน่าจะนำมาใช้ในการรักษาจุดด่างดำหรือรอยแผลเป็นได้ หลังจากที่ทาน้ำมันอะโวคาโดทั้งในตอนเช้าและก่อนนอนติดต่อกันเป็นเวลาสองสัปดาห์ ปรากฏว่ารอยแผลเป็นยังคงชัดเจนแต่ก็จางลงกว่าแต่ก่อนมาก ฉันจึงกล้าพูดได้ว่าประสบความสำเร็จ

คำตัดสินรอบสุดท้าย : ได้ผล!

อะโวคาโดกับมะพร้าว : อะโวคาโด แต่ฉันไม่ได้ทดสอบรักษารอยแผลเป็นโดยใช้น้ำมันมะพร้าว

***หมายเหตุ : ฉันใช้น้ำมันอะโวคาโด La Tourangelle ในการทดลองเหล่านี้

Blogger : Allie White

Source : mindbodygreen.com