Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

การไปหาหมอเพราะเป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียด โรควิตกกังวล
ไม่ใช่เรื่องน่าอาย

การไปหาหมอเพราะเป็นโรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ประชากรทุกๆ 1 ใน 4 คนจะมีปัญหาสุขภาพจิตในบางช่วงของชีวิต เช่น โรควิตกกังวลและ/หรือภาวะซึมเศร้า เราอาจเป็น 1 ใน 4 ของประชากรกลุ่มนี้ก็ได้ เมื่อภาวะซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลเข้าโจมตี มันจะโจมตีหนักมาก แต่ผู้ป่วยโรคเหล่านี้อาจไม่ต้องการความช่วยเหลือทุกรูปแบบเลยก็ได้ เราจะแนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย หรือคิดบวกได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาแทบไม่มีกำลังใจที่จะลุกออกจากเตียงหรือทำกิจวัตรประจำวันง่ายๆอย่างการหวีผมหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า? นอกจากนี้พวกเขาก็มักจะปฏิเสธสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น “ฉันไม่ได้ซึมเศร้า!”

การศึกษาจากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอนในปี 2016 สรุปว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะไม่ต้องการความช่วยเหลือ การศึกษาพบว่าในประเทศที่ยากจนที่สุดมีเพียง 1 ใน 27 คนที่ต้องการความช่วยเหลือสำหรับปัญหาด้านสุขภาพจิต ส่วนในประเทศที่ร่ำรวยจะมีเพียง 1 ใน 5 คนเท่านั้นซึ่งอาจมีเหตุผล 2-3 ข้อได้แก่การขาดมืออาชีพแก้ปัญหาด้านสุขภาพจิต การขาดความตระหนักรู้ และการกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรหากคุณเริ่มเข้ารับการรักษาสุขภาพจิต รวมถึงการปฏิเสธโดยไม่เชื่อว่าภาวะซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถส่งผลกระทบต่อคนอื่นได้จริงๆ ทุกวันนี้มีผู้คนจำนวนมากป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเนื่องจากคิดว่านี่คือตัวตนของพวกเขาและต้องอยู่กับมันไปตลอดทั้งชีวิตทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ใช่เลย โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้แต่ต้องอาศัยความเอาใจใส่และความพยายาม

การไปหาหมอเพราะเป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียด โรควิตกกังวล ไม่ใช่เรื่องน่าอาย

อาการของโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลสามารถแย่ลงได้เมื่อเวลาผ่านไป บางคนอาจมองว่าอาการของสุขภาพจิตเหล่านี้ “ไม่มีอยู่จริง” หรือทุกคน “คิดไปเอง” ซึ่งความคิดดังกล่าวอาจมาจากเพื่อน ครอบครัว หรือสังคมโดยรวม คนส่วนใหญ่ไม่ชอบถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอ หากยอมรับว่าไม่สบายก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองไม่แข็งแรงต่างจากคนทั่วไปและรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับพวกเขา ยกตัวอย่างเช่นหากคุณรู้สึกคลื่นไส้ คุณอาจต้องหยุดทำสิ่งต่างๆและอยู่นิ่งๆสักครู่หนึ่ง แต่คุณจะไม่คิดว่าการคลื่นไส้เป็นบุคลิกที่ด่างพร้อยของคุณ ว่าแต่ทำไมโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลจึงไม่เหมือนกันล่ะ? บางคนกังวลว่าพวกเขาไม่มีเวลาหรือเงินในการไปพบแพทย์สัปดาห์ละครั้ง นอกจากนี้พวกเขายังกลัวว่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะยัดเยียดยาให้แก่พวกเขา อย่างไรก็ตามคุณสามารถทดลองปรึกษาได้ก่อนที่จะต้องพึ่งยา สมาคมโรควิตกกังวลและซึมเศร้าแห่งสหรัฐอเมริกากล่าวว่าหากคุณมีอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้และติดต่อกันมานานถึง 2 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น คุณควรปรึกษาแพทย์โดยทันที

  • รู้สึกเศร้า กังวล หรือ “ว่างเปล่า” เป็นประจำ
  • รู้สึกสิ้นหวัง มองโลกในแง่ลบ
  • รู้สึกผิด ไร้ค่า ไร้ประโยชน์
  • ขาดความสนใจในงานอดิเรกและกิจกรรมต่างๆรวมถึงเซ็กส์
  • หมดแรง เหนื่อยล้า รู้สึก “เชื่องช้าลง”
  • มีปัญหาในการทำสมาธิ ความจำ และการตัดสินใจ
  • นอนไม่หลับ ตื่นแต่เช้าหรือนอนหลับมากเกินไป
  • ความเจริญอาหารลดลง น้ำหนักตัวลดลงหรือกินมากเกินไปและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
  • คิดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย
  • หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย
  • มีอาการปวดศีรษะและปัญหาในการย่อยอาหารเป็นประจำ

หากคุณรู้จักใครที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และไม่ต้องการไปพบแพทย์คุณควรรับฟังเหตุผลและให้กำลังใจพวกเขา อย่างไรก็ตามลองแนะนำให้พวกเขาเสียเวลาไปหาหมอสักครึ่งชั่วโมงและเข้ารับการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Blogger : Samantha Glass

Source : huffingtonpost.co.uk