Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

สบายๆไม่เครียด
ลดน้ำหนักอย่างไรโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

ลดน้ำหนักอย่างไรโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

สมการในการลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยากเลย แค่กินให้น้อยลง เคลื่อนไหวให้มากขึ้น และเผาผลาญไขมันทั้งหมดออกไป แต่อันที่จริงมนุษย์เรามีพฤติกรรมการกินที่แย่มาก เรามักจะมองหาวิธีเอาชนะระบบของร่างกาย เช่น การลดน้ำหนักที่ไม่ต้องนับแคลอรี่หรือไม่ต้องใช้เวลาที่โรงยิม มนุษย์เราไม่พร้อมที่จะยอมรับว่าการลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก แต่ต้องขอขอบคุณนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบ 13 เคล็ดลับง่ายๆในการลดน้ำหนักโดยที่ไม่ต้องอาศัยความพยายามอะไรเลย และนี่คือวิธีลดน้ำหนักในแบบฉบับของสาวขี้เกียจ!

ใช้จานขนาดเล็กลง

การรับประทานอาหารในจานที่เล็กลงสามารถลดปริมาณการบริโภคแคลอรี่ลงไปได้ถึงร้อยละ 22 ขณะที่ความพอใจยังคงเท่าเดิม การมองเห็นพื้นที่สีขาวรอบอาหารจะทำให้สมองคิดว่ามีอาหารน้อยกว่าเมื่อเทียบกับอาหารปริมาณเท่ากันในจานใบเล็กที่ไม่มีพื้นที่สีขาวให้เห็น

เลือกใช้จานสีฟ้า

การศึกษาพบว่าสีฟ้าจะทำหน้าที่ยับยั้งความอยากอาหารทำให้ไม่รู้สึกหิวเว้นแต่ว่าคุณรับประทานอาหารสีฟ้า ในทางกลับกันผู้คนจะรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นเมื่อสีจานตรงกับสีของอาหาร

เคี้ยวนานๆ

การกินช้าน่าจะเป็นเคล็ดลับที่ง่ายและมีประโยชน์มากที่สุดในรายการนี้แล้ว โดยปกติสมองของคนเราจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงจะสั่งการว่าอิ่ม การศึกษาล่าสุดพบว่าผู้ที่เคี้ยวอาหารคำละ 40 ครั้งจะเผาผลาญไขมันได้มากกว่าผู้ที่เคี้ยวแค่ 15 ครั้งถึงร้อยละ 12 อย่างไรก็ตามคุณสามารถเริ่มจากน้อยๆก่อนสักคำละ 20 ครั้งแล้วค่อยเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆก็ได้

ไปเดินเล่น

การออกกำลังกายเบาๆหลังมื้ออาหาร เช่น การเดินเล่นสัก 10 นาทีจะช่วยกระตุ้นตัวรับ GLUT4 (ซึ่งมีหน้าที่ลำเลียงกลูโคส) ทำให้กล้ามเนื้อดูดซึมกลูโคสที่รับประทานเข้าไปและยับยั้งการเพิ่มขึ้นของอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ให้พลังงานและทำให้คุณรู้สึกหิวในเวลาต่อมา

ใช้ความเย็น

ร่างกายของคนเรามีทั้งไขมันเลว (สีขาว) และไขมันดี (สีน้ำตาล) ไขมันสีน้ำตาลจะเผาผลาญพลังงาน เช่น แคลอรี่ เพื่อช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น คุณสามารถเร่งการเผาผลาญไขมันได้โดยการอยู่ท่ามกลางอากาศหนาว อาบน้ำเย็น และปรับอุณหภูมิให้ต่ำลง หรือดื่มน้ำเย็น ไขมันสีน้ำตาลส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณคอ หน้าอก และหลังช่วงล่าง ดังนั้นการเอาน้ำแข็งประคบบริเวณเหล่านั้นก็ช่วยได้เช่นกัน

ถ่ายรูปอาหาร

การศึกษาใหม่พบว่าการถ่ายรูปอาหารทุกอย่างที่คุณกินเข้าไปนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าการจดบันทึกลงไปเสียอีก ดังนั้นเริ่มจากดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ทำให้สะดวก เช่น YouFood (ฟรีในแอพสโตร์) เริ่มถ่ายรูป และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

เพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนให้กับอาหาร

การใส่พริกคาเยนป่นลงในอาหารจะช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญได้มากถึงร้อยละ 25 หลังจากที่รับประทานอาหารไปสามชั่วโมง การศึกษาชี้ว่าสารสกัดจากพริกหรือแคพไซซินจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติเผ็ดร้อน ควบคุมความหิว รวมถึงระงับความอยากอาหารที่มีรสหวานและไขมันสูง

เคี้ยวหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลระหว่างมื้ออาหารจะช่วยยับยั้งความอยากอาหารในระยะสั้น การศึกษาพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างน้อย 45 นาทีจะลดความรู้สึกหิว ความอยากอาหาร และความอยากของหวานลง ดังนั้นอย่าลืมตุนหมากฝรั่ง Trident เอาไว้ล่ะ

ดื่มน้ำให้มากขึ้น

การดื่มน้ำแก้วใหญ่ก่อนมื้ออาหารมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักมากกว่าการงดบริโภคแคลอรี่เพียงอย่างเดียว และอย่าลืมพักดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารเพื่อหลีกเลี่ยงการกินเร็วด้วย

ดื่มกาแฟ

การดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความอึดและชะลอการปล่อยไกลโคเจนซึ่งจะกระตุ้นร่างกายในการใช้ไขมันเป็นพลังงานก่อน เพลงที่มีจังหวะ 180 ก้าวต่อนาทีหรือมากกว่านั้นจะช่วยกระตุ้นร่างกายในการเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้น

ใช้สื่อโซเชียล

การวิจัยพบว่าคุณจะลดน้ำหนักได้มากขึ้นเมื่อคุณใช้สื่อโซเชียล เช่น ทวิตเตอร์ ลองหาสังคมออนไลน์เพื่อแบ่งปันความสำเร็จและความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายให้เร็วขึ้น ขอแนะนำ MyFitnessPal (ฟรีในแอพสโตร์)

ท่องไว้ว่าไม่เห็นก็ไม่หิว

หากสิ่งแรกที่คุณเห็นเมื่อเปิดตู้กับข้าวคือกล่องคุกกี้ คุณก็จะคิดถึงแต่มันและในที่สุดก็กินเข้าไป ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่คุณต้องเตรียมอาหารของตัวเอง คุณควรจัดจานให้เสร็จตั้งแต่ในห้องครัว จากนั้นก็นำอาหารจานนั้นมารับประทานที่โต๊ะเพื่อไม่ให้อาหารส่วนที่เหลืออยู่ในสายตา ยิ่งคุณเว้นระยะห่างระหว่างตัวเองกับอาหารก็ยิ่งมีแนวโน้มที่คุณจะรู้สึกอิ่มมากกว่าไปสนใจส่วนที่เหลือ

ทำความฝันให้เป็นจริง

การศึกษาพบว่าการตั้งเป้าหมายจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของคุณ นอกจากนี้การจินตนาการถึงภาพตัวเองในกางเกงยีนส์สกินนี่หลังจากที่ลดน้ำหนักลงไปได้ 2-3 ปอนด์ก็สามารถสร้างแรงจูงใจที่ดีได้เช่นกัน ดังนั้นจงฝัน เชื่อมั่น และทำให้สำเร็จ

Blogger : Deven Hopp

Source : byrdie.com