Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

วิธีลดความหวาน
และกำจัดน้ำตาลออกจากอาหารของคุณภายใน 21 วัน

วิธีลดความหวานและกำจัดน้ำตาลออกจากอาหาร

ผลการวิจัยชี้ว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะคลอเรสเตอรอลสูงและความดันโลหิตสูงรวมถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ยังไม่รวมถึงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามมีข้อแตกต่างระหว่างน้ำตาลส่วนเกินกับน้ำตาลชนิดที่พบได้ในอาหารทั่วไป เช่น ฟรุกโตสในผลไม้กับแลกโตสในผลิตภัณฑ์นม โดยปกติการบริโภคน้ำตาลตามธรรมชาติจะถูกมองว่าดีต่อสุขภาพเนื่องจากประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ในการเผาผลาญ เช่น เส้นใยอาหารกับสารต้านอนุมูลอิสระ ขณะที่น้ำตาลส่วนเกิน (สารให้ความหวาน) ไม่มีคุณสมบัติเช่นนั้นและเป็นชนิดที่เราควรกำจัดออกไป

สิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์ที่ 1

ทำความสะอาดบ้าน : ยิ่งในบ้านมีน้ำตาลมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งต้องการมัน ดังนั้นควรหาตัวการนี้ให้เจอและหลีกเลี่ยงไปซะ

ศึกษาชื่อเรียกของน้ำตาล : คุณควรตื่นตัวเมื่อเห็นของหวาน น้ำเชื่อม น้ำผลไม้ และน้ำตาลในรูปแบบต่างๆ หากออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านควรงดอาหารที่ฉาบน้ำตาลหรือเคลือบน้ำผึ้ง

จัดตู้กับข้าว : โยนอาหารและเครื่องดื่มที่อัดแน่นไปด้วยน้ำตาลทิ้งไป และหมั่นตรวจสอบน้ำตาลในฉลากโภชนาของผลิตภัณฑ์

ติดฉลากสารให้ความหวาน : ติดฉลากลงบนภาชนะบรรจุต่างๆ เช่น น้ำผึ้งและน้ำตาลทรายแดงเพื่อเตือนตัวคุณเองทุกครั้งที่เปิดตู้กับข้าว

มีแผนสำรอง : เตรียมอาหารไว้ในกระเป๋าของคุณเผื่อกรณีฉุกเฉิน (เช่น กล้วยหรือขนมอัดแท่งน้ำตาลน้อย)

สิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์ที่ 2

เริ่มเปลี่ยนทีละอย่าง : คุณจะสามารถลดระดับการบริโภคหวานลงได้ภายในสองสัปดาห์

ชั่งตวงอย่างระมัดระวัง : ตักสารให้ความหวานตามปริมาณที่คุณคิดว่าต้องการ จากนั้นก็ใส่คืนกลับไปครึ่งหนึ่ง

ผสมกัน : ผสมอาหารปราศจากน้ำตาลส่วนเกินกับอาหารที่มีน้ำตาลส่วนเกิน (เช่น นมอัลมอนด์ไม่หวาน 1/2 ถ้วยกับวานิลลา 1/2 ถ้วย)

ดื่มเฉพาะน้ำเปล่า : ดื่มน้ำเปล่าทั้งสัปดาห์แทนที่จะเป็นน้ำอัดลมและน้ำผลไม้

สิ่งที่ต้องทำสัปดาห์ที่ 3

วางแผนงดบริโภคน้ำตาลระยะยาว : เมื่อผ่านไปสามเดือนคุณจะรู้สึกคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงนี้

รับประทานขนมหวาน : การหักดิบอาจทำให้คุณปวดศีรษะและต้องการความหวานมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นควรแบ่งสัดส่วนให้พอเหมาะหากคุณต้องการรับประทานขนมหวาน

เพิ่มปริมาณไขมันชนิดดี : เช่น อะโวคาโด้ น้ำมันมะกอก ไขมันชนิดดีจะปิดกั้นการทำงานของตัวรับภายในสมองที่ช่วยกระตุ้นความอยากรสหวาน

ปฏิบัติตามตาราง : จุดประสงค์คือเพื่อรับประทานอาหารและของหวานในเวลาเดียวกันทุกวัน การหมั่นทำให้เป็นกิจวัตรจะช่วยป้องกันอาการหิวและการยอมจำนนต่ออาหารจานด่วน

Blogger : Jacqueline Andriakos

Source : health.com