Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

How I Lost 3 Pants Sizes While Working A Desk Job
แบ่งปันประสบการณ์ลดน้ำหนักที่ลดลงไปถึง 3 กิโลทั้งๆที่เป็นสาวออฟฟิศ

แบ่งปันประสบการณ์ลดน้ำหนักทั้งๆที่เป็นสาวออฟฟิศ

ในช่วงอายุ 20 ต้นๆฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพเลย ตอนนั้นฉันทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟซึ่งต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาดังนั้นแคลอรี่จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เมื่อฉันสลัดผ้ากันเปื้อนมาทำงานนั่งโต๊ะเป็นสาวออฟฟิศ ฉันก็พบว่าการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้นช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ฉันพยายามตื่นแต่เช้าและออกไปวิ่งแต่ปรากฏว่ามันไม่เหมาะกับตารางการทำงานของฉันเลย ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็สังเกตว่ากางเกงของฉันเริ่มคับจนก้าวขาไม่ออก ฉะนั้นจึงได้เวลาแล้วที่ฉันจะต้องเปลี่ยนนิสัยและสร้างกิจวัตรใหม่ๆ

1. ให้รางวัลกับตัวเอง

แทนที่จะทำงานกลางดึกฉันก็เปลี่ยนมาปรนนิบัติตัวเอง บางวันฉันจิบกาแฟพร้อมกับอ่านหนังสือผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บางวันฉันก็นั่งจดบันทึกอะไรเรื่อยเปื่อย ในที่สุดนิสัยใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ฉันให้รางวัลกับสมองของตัวเองโดยการออกไปเดินเล่นนอกออฟฟิศและทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ

2. เริ่มเดินออกกำลังกายอย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วโมง

ฉันเริ่มเดินออกกำลังกายหลังจากที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ติดต่อกันหลายสัปดาห์ ปรากฏว่าเมื่อผ่านไป 30 นาทีฉันรู้สึกสดชื่นสุดๆราวกับว่าร่างกายได้รับการอุ่นเครื่องและระดับพลังงานก็พุ่งกระฉูด นับตั้งแต่นั้นฉันก็เริ่มเดินออกกำลังกายเรื่อยๆจนติดเป็นนิสัย ในที่สุดฉันก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง กางเกงยีนส์ของฉันหลวมขึ้น ขาของฉันแข็งแรงขึ้น เพียง 6 เดือนฉันก็สามารถลดไซส์กางเกงลงไปได้ถึง 3 ไซส์กับน้ำหนักตัวอีก 7 ปอนด์ (3 กิโลกว่าๆ)

3. เตรียมอาหารกลางวันเองและดื่มน้ำให้มากขึ้น

บางครั้งการเตรียมอาหารมื้อเที่ยงทุกๆคืนก่อนเข้านอนก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อ มีหลายครั้งที่ฉันอยากจะแหกกฎแล้วกลับไปกินอาหารจำพวกแป้ง หรืออาหารมันๆจากร้านอาหารใกล้ออฟฟิศ แต่จะว่าไปฉันก็รู้สึกดีนะกับการเลือกซื้อส่วนผสมอาหารเพื่อสุขภาพและคิดค้นเมนูแปลกใหม่สำหรับมื้อกลางวัน ฉันชอบรับประทานแซนด์วิช ฉันจึงเลือกส่วนผสมที่เป็นเนื้อไก่งวงไร้มัน ชีสชนิดต่างๆ แตงกวา และมะเขือเทศหั่น นอกจากนี้ฉันยังซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดพกติดตัวไปด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะไม่ชอบดื่มน้ำสักเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้เมื่อไหร่ที่นึกขึ้นได้ฉันก็จะหยิบขึ้นมาดื่มค่ะ

4. ฟังเสียงร่างกายของตัวเองและอย่าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ

มีบางวันที่ฉันไม่อยากทำอะไรเลย ฉันไม่สนหรอกว่ากางเกงยีนส์จะคับปลิ้นขนาดไหนหรือกินมันฝรั่งแผ่นไปมากเท่าไหร่แล้ว ฉันแค่ไม่อยากขยับเขยื้อนตัวเท่านั้นเอง ฉันรู้สึกหนักสมอง ดวงตาอ่อนล้า และการเดินจากโต๊ะทำงานของตัวเองไปยังครัวของออฟฟิศก็ราวกับว่าฉันกำลังเดินลุยโคลนไป แต่โชคดีที่ฉันมีอาการแบบนี้ไม่บ่อยนัก และแทนที่จะโทษตัวเองฉันก็จะปล่อยตัวตามสบาย จากนั้นก็จะขยันมากขึ้นเป็น 2 เท่าในวันถัดไป

5. ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ

ในฐานะที่เป็นสาวโสดวัย 20 ต้นๆกับเพื่อนที่ยุ่งกันทุกคน ไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้เจอเพื่อนๆในคืนวันทำงาน แต่เมื่อมีโอกาสเราก็จะตักตวงความสุขนั้นให้เต็มที่หรือไม่ก็นั่งดื่มกันที่บ้านเพื่อน ล่าสุดฉันเพิ่งนัดกับเพื่อนๆในคืนวันทำงาน เราตกลงกันว่าจะเจอกันหลังเลิกงานแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาแค่แป๊บเดียวก็เถอะ ไม่นานนักเพื่อนๆของฉันก็เริ่มคุ้นชินกับกิจวัตรดังกล่าวนี้

เมื่อคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆได้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อๆไปก็จะเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เราจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆเข้าไปอย่างช้าๆและรู้จักให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เพียงเท่านี้ร่างกายของเราก็จะเริ่มดูดีและสดชื่นขึ้น

Blogger : Shireen Mccleary

Source : mindbodygreen.com