Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

How Changing My Mindset Helped Me Lose Weight
แค่เปลี่ยนกระบวนการคิดเสียใหม่ก็ลดน้ำหนักได้แล้วนะ

แค่เปลี่ยนกระบวนการคิดเสียใหม่ก็ลดน้ำหนักได้แล้ว

อยู่มาวันหนึ่งฉันก็ได้รับอีเมลในฝัน ฉันรู้สึกว่าตัวเองหุ่นไม่สวยและต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงโดยด่วน ผู้จัดการสปาเขียนอีเมลมาหาฉันว่า “ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นนักพูดที่เก่ง พอดีสปาของเรากำลังมองหานักพูดและต้องการเสนอที่พักหนึ่งสัปดาห์ให้คุณโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นเพื่อแลกกับการอบรมเป็นจำนวนสองคืนให้กับแขกท่านอื่นๆของเรา”

เย้!

“เนื่องด้วยจุดประสงค์หลักของสปาแห่งนี้คือการลดน้ำหนัก เราจึงต้องการให้คุณอบรมวิธีลดน้ำหนักให้เราทั้งสองคืนค่ะ”

โอ้..ไม่นะ

ตอนนั้นฉันอายุ 36 ปี ทั้งอ้วนเผละและกำลังท้องอยู่ ถามจริงจะให้สาวท้องแก่ตัวอ้วนบึ๊บมาเป็นวิทยากรเรื่องการลดน้ำหนักเนี่ยนะ? ฉันจึงตอบกลับไปว่า “ขอเวลาคิดสักสัปดาห์นะคะ” ตลอดสัปดาห์นั้นฉันรู้ว่าการไม่เปลี่ยนแปลงนั้นเจ็บปวดกว่าการเปลี่ยนแปลงเยอะเลย งั้นเรามาเผชิญหน้ากับปัญหาเลยดีกว่า รูปลักษณ์ภายนอกคือสิ่งแรกที่คนอื่นมักจะสังเกตเห็น แม้ว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอายุ เชื้อชาติและเพศของตัวเองได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงน้ำหนักให้ดีต่อสุขภาพของตัวเองได้ ในที่สุดฉันก็รับข้อเสนอและกลับไปที่สปาแห่งนั้นมากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อเป็นวิทยากร อย่างแรกฉันต้องหยุดความคิดที่ว่า “ฉันไม่สามารถเอาชนะปัญหาเรื่องน้ำหนักได้อย่างแน่นอน” จากนั้นก็เปลี่ยนจากปัญหาเรื่องน้ำหนักให้เป็นปัญหาทางจิต อารมณ์ และทัศนคติแทน ฉันรู้ว่าการกินกับการออกกำลังกายนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นจิตใจของฉันเองที่บอกว่าไม่เป็นไรหรอกที่จะกินแบบนั้นและไม่ผิดด้วยที่ขี้เกียจออกกำลังกาย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฉันน้ำหนักเกินอย่างทุกวันนี้คือนิสัยทั้งหมดของฉันเอง โอกาสในหน้าที่การงานอันสวยหรูอาจจบลงเพียงเพราะฉันไม่มีกำลังใจที่จะเปลี่ยน อย่างไรก็ตามวิธีเอาชนะใจของตัวเองและปัญหาเรื่องน้ำหนักส่วนเกินคือการพิจารณาให้เห็นถึงสาเหตุของปัญหาและกำจัดมันทิ้งไป

ปัญหาของหญิงสาววัยทำงานมักเกิดจาก..

  • กลับจากที่ทำงาน เหนื่อยมากจนต้องรื้อของกินในตู้เย็นมากินจนเรียบ
  • ปล่อยให้ความเข้าใจผิดเรื่องน้ำหนักขึ้นมาทำให้คุณหยุดชะงัก
  • รู้สึกเหนื่อยจากการทำงานจนต้องซื้ออาหารจานด่วนและราคาถูกโดยไม่คำนึงถึงแคลอรี่
  • ทำงานมากเกินไปจนแผนการออกกำลังกายผิดเพี้ยนทำให้คุณไม่มีเวลาสนใจความต้องการของตัวเอง ในที่สุดก็ถึงจุดที่คุณกินอาหารตามใจปากและกินเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเอง
  • กินโดยอัตโนมัติแม้ว่าคุณจะไม่หิวก็ตาม

และนี่คือข้อแนะนำ

  • หลังเลิกงานอันยุ่งเหยิง ลองเดินเล่นสักพักก่อนที่จะพุ่งตรงไปที่ตู้เย็น
  • เปลี่ยนความเชื่อแบบสุดโต่งมาเป็นความคิดในเชิงบวก การออกกำลังกาย 5 นาทีหรือดื่มชาร้อนสักถ้วยก็ยังดีกว่าชีสเค้กหนึ่งชิ้นนะ
  • ซื้อซูชิ ผลไม้หั่นสำเร็จ ผัก หรือผัดผักจากร้านค้าใกล้บ้านเพื่อที่คุณจะได้หลีกเลี่ยงอาหารแคลอรี่สูง
  • ให้เวลาตัวเองทำสิ่งที่ต้องการอย่างน้อยวันละ 5 นาที เมื่อไม่มีเวลาคุณจะได้ไม่รู้สึกอยากอาหาร
  • จดรายการอาหารที่ปราศจากแคลอรี่เพื่อเอาไว้สำหรับเป็นรางวัลให้กับตัวเอง
  • สังเกตสิ่งที่คุณทำและเลือก เช่น คุณอยากกินหรือไม่? ถ้าอยาก..ก็ได้ แต่ต้องเลือกก่อนกินนะ
  • เก็บอาหารที่ปราศจากแคลอรี่ไว้ที่โต๊ะทำงานของคุณ
  • หากคุณเริ่มที่จะเสียกำลังใจ พยายามเตือนตัวเองให้นึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมาในชีวิต จากนั้นก็ถามตัวเองว่าคุณจะยอมให้บราวนี่ทำลายทุกสิ่งที่คุณชอบอย่างนั้นเหรอ
  • เติมเต็มชีวิตด้วยเหตุการณ์ที่น่าอิ่มเอมใจและผ่อนคลายความเครียด รวมถึงการจดบันทึกเพื่อเตือนสติตัวเองเกี่ยวกับโปรแกรมลดน้ำหนัก เช่น ห้ามกินอาหารเมื่อรู้สึกเบื่อ
  • เมื่อคุณกำลังจะปล่อยให้ความสุขชั่วคราวจากการกินเข้ามาทำลายความสุขระยะยาว ขอแนะนำให้คุณจดบันทึกโอกาสในอนาคตที่คุณอาจจะพลาดไป รวมถึงอารมณ์ความผิดหวังทุกอย่างหาก 1 ปีนับจากนี้คุณยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักอยู่

เริ่มซะตั้งแต่วันนี้ คุณทำได้แน่นอน!

Blogger : Lynne Curry

Source : sheknows.com