Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Why It’s So Hard To Recover After Drinking As You Get Older
เหตุใดคุณจึงสร่างเมายากกว่าเดิมเมื่ออายุมากขึ้น

เหตุใดจึงสร่างเมายากกว่าเดิมเมื่ออายุมากขึ้น

เป็นไปได้ว่ายิ่งผ่านวันเกิดมานานมากเท่าไหร่อาการเมาค้างก็จะยิ่งแย่ลง แถมการสร่างเมาก็ยากยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย ทว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในยามที่อายุมากขึ้นจะทำให้ความสามารถในการย่อยสลายแอลกอฮอล์เปลี่ยนแปลงไป สมัยหนุ่มสาวคนเราจะมีความสามารถในการตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นพิษซึ่งคุณจะสูญเสียมันไปเมื่อแก่ตัวลงและทำให้การดื่มแอลกอฮอล์กลายเป็นปัญหาที่เสี่ยงมากยิ่งขึ้น ระบบต่างๆภายในร่างกายจะทำงานแย่ลง (เมื่อคุณอายุมากขึ้น) คุณมีแนวโน้มที่จะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าตอนที่คุณยังอายุน้อยกว่านี้มาก

ร่างกายของคนเราจะเผาผลาญแอลกอฮอล์ได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น

แอลกอฮอล์จะถูกล้างพิษออกในกระบวนการสองขั้นตอนที่เกิดขึ้นภายในตับโดยจะเปลี่ยนเป็นแอซีทัลดีไฮด์ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบผลกระทบจากแอลกอฮอล์ เช่น อาการปวดศีรษะ ผิวหนังแดง และอาการวิงเวียน เป็นต้น จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นกรดแอซีติกและถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้นระบบต่างๆก็จะทำงานแย่ลง และพอเข้าสู่ช่วงอายุ 60-70 ปีเอ็นไซม์ที่เผาผลาญแอลกอฮอล์ก็จะไม่ทำงานเช่นกัน บางส่วนอาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ต่างๆตามปกติ แต่บางส่วนก็เกิดจากอาการเจ็บป่วย การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอาจทำให้ตับเสียหายและส่งผลกระทบต่อการย่อยสลายแอลกอฮอล์ การศึกษาล่าสุดพบว่าทั้งสมองและตับจะยิ่งไวต่อความเป็นพิษของแอลกอฮอล์เมื่ออายุมากขึ้น สรุปง่ายๆคือสิ่งที่คุณดื่มเป็นปกติสมัยหนุ่มสาวจะส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณรุนแรงกว่าเดิมเมื่ออายุมากขึ้น

ปัจจัยอื่นๆที่มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญแอลกอฮอล์เมื่อคุณอายุมากขึ้น

สัดส่วนไขมันในร่างกายเมื่อคุณอายุมากขึ้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเผาผลาญแอลกอฮอล์ ยิ่งไขมันในร่างกายมีน้ำน้อยแอลกอฮอล์ก็จะเข้าถึงอวัยวะต่างๆมากยิ่งขึ้น โรคอื่นๆที่อาจส่งผลต่อการเผาผลาญแอลกอฮอล์และยาต่างๆได้แก่ โรคไวรัสตับอักเสบซี การรับประทานยาก็มีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายแอลกอฮอล์ เช่น ซาแน็กซ์หรือแวเลียม

ปริมาณแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่จึงจะส่งผลกระทบต่อการเผาผลาญแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ยังที่ไม่บรรลุนิติภาวะก็มีผลต่อการเผาผลาญแอลกอฮอล์เช่นกัน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการบกพร่องในการเรียนรู้อีกด้วย การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสามารถส่งผลกระทบต่อคอร์เท็กซ์กลีบหน้าซึ่งเป็นสมองส่วนที่มีวุฒิภาวะช้าที่สุด ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่จึงไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ที่ยังเด็กเกินไป ผู้ที่เริ่มดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ในช่วงอายุ 20-30 ปีพอเข้าสู่ช่วงอายุ 60 ปีก็เป็นไปได้มากว่าจะมีปัญหาทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า และโรคที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ ส่วนผู้ที่เริ่มดื่มในช่วงอายุ 50-60 ปีกลับมีแนวโน้มที่จะแข็งแรงกว่าและมีผลกระทบน้อยกว่าด้วย การดื่มไวน์แดง 1-2 แก้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพและที่สำคัญคุณควรดื่มแต่พอดี อย่างไรก็ตามมีการศึกษาชี้ว่าอาการเมาค้างไม่ได้แย่ลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นเสมอไปเนื่องจากจริงๆแล้วขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของคุณต่างหาก ตับมีความสามารถล้นเหลือถ้าคุณไม่เอาแต่ทำลายมัน บอกเลยว่าตับคืออวัยวะที่น่าอัศจรรย์จริงๆ

Blogger : Josh Ocampo

Source : huffingtonpost.com