Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

ผู้หญิงควรรับประทานคาร์บมากขึ้นสักเดือนละครั้ง
ควบคู่กับคีโต

ผู้หญิงควรทานคาร์บมากขึ้นเดือนละครั้งควบคู่กับคีโต

อาหารคีโตเจนิกคือการรับประทานอาหารสูตรคาร์บต่ำ ไขมันสูง โปรตีนปานกลางเพื่อลดน้ำหนัก จิตใจปลอดโปร่ง ลดการอักเสบ และอื่นๆอีกมากมาย คีโตนสามารถข้ามตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมองเพื่อลดภาวะเครียดที่เกิดจากการออกซิเดชั่นในสมอง กระตุ้นการส่งสัญญาณของสารสื่อประสาทและมีอิทธิพลต่อกาบ้าโดยตรง การเลือกรับประทานคีโตในระยะยาวอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุล ข่าวดีคือเราสามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ปัญหาได้โดยการรับประทานคาร์โบไฮเดรตมากและน้อยสลับกันไป

ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจว่าคีโตคือปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในร่างกาย

แม้ว่าคีโตจะส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญและอารมณ์แต่ก็อาจทำให้คุณอยู่ในภาวะเสียสมดุลได้หากไม่ระวัง เนื่องจากมันคือปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงการทำงานของฮอร์โมนและการควบคุมร่างกายด้วย นอกจากคีโตแล้วกิจกรรมเพื่อสุขภาพอื่นๆ (เช่น ออกกำลังกาย การอดอาหารเป็นช่วง การอบซาวน่า) ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน แต่ก็ช่วยให้ร่างกายมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตามเมื่อความเครียดเรื้อรัง นอนหลับไม่เพียงพอ บวกกับการอดอาหารเป็นช่วงและรับประทานคีโตไปด้วย ร่างกายของคนเราจะถูกใช้งานเกินกำลังและระบบฮอร์โมนก็จะเสียสมดุล

คีโตส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนได้ทั้งดีและร้ายขึ้นอยู่กับระดับความเครียดโดยรวม

ภาวะดื้อต่ออินซูลินมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล แต่การลดปริมาณคาร์บในอาหารจะช่วยทำให้ระดับอินซูลินในร่างกายลดลงซึ่งกระตุ้นภาวะความไวต่ออินซูลินและสามารถป้องกันโรคเบาหวานได้ ที่สำคัญฮอร์โมนถูกผลิตจากไขมัน ดังนั้นอาหารที่มีไขมันสูงจึงช่วยในเรื่องการผลิตฮอร์โมนด้วย ด้วยเหตุนี้ผู้ที่รับประทานคีโตจึงลดโอกาสในการเป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ภาวะไม่มีระดูที่มีสาเหตุทางจิตใจ และภาวะมีบุตรยาก ฮอร์โมนเลปตินซึ่งควบคุมความอยากอาหารและการเผาผลาญก็ได้รับผลกระทบจากการรับประทานคีโต นี่จึงเป็นเหตุผลแรกที่คนส่วนใหญ่รับประทานคีโตเพื่อลดอาการหิวและความอยากอาหาร

อย่างไรก็ตามผู้ที่มีสัดส่วนไขมันในร่างกายต่ำ ผู้ที่กดดันร่างกายมากเกินไป จำกัดแคลอรี่ อดอาหารเป็นช่วง หรือออกกำลังกายหักโหมจะมีระดับความเครียดเพิ่มขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปการพยายามลดระดับเลปตินจะทำให้เกิดความวิตกกังวล นอนไม่หลับ และมีอาการหิว ขณะเดียวกันผู้หญิงที่มีภาวะขาดไทรอยด์และมีประจำเดือนบวกกับความเครียดสูงและไม่มีไขมันในร่างกายจะมีโอกาสเสี่ยงเลปตินเสียสมดุลเมื่อพวกเขาเข้าสู่ภาวะคีโตซิส ข่าวดีคือเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันไป

เมื่อใดควรรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันไป

  • มีสัดส่วนไขมันในร่างกายต่ำหรือปกติดี
  • รอบเดือนเปลี่ยนแปลงเมื่อเริ่มรับประทานคีโต
  • นอนไม่หลับ
  • หิวบ่อย
  • รู้สึกวิตกกังวล
  • มีอาการใจสั่น
  • ระดับไทรอยด์ลดลงเนื่องจากรับประทานคีโต

การรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันจะเป็นอย่างไรเมื่อรับประทานควบคู่กับคีโต?

การรับประทานคาร์บควบคู่กับคีโตหมายความว่าคุณต้องการเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในช่วงหนึ่งของเดือนเพื่อควบคุมระดับเลปตินและรักษาสมดุลของระบบเผาผลาญ ขณะที่ความเครียดในร่างกายเพิ่มขึ้นซึ่งอาจทำให้เสียสมดุล อาหารคีโตส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตตั้งแต่ 30-60 กรัมต่อวันขึ้นอยู่กับระดับการออกกำลังกายของคุณ เมื่อคุณเริ่มรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันก็จะได้คาร์บเพิ่มขึ้นอีก 40-60 กรัมต่อวัน โดยทั่วไปฉันจะแนะนำให้รับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันในวันที่ 19 และ 20 ของรอบเดือน (หรือห้าวันหลังตกไข่) เมื่อระดับเลปตินต่ำที่สุดร่างกายของคุณก็จะผลิตโปรเจสเตอโรนมากที่สุด แต่ผู้หญิงที่มีความเครียดสูงจะผลิตโปรเจสเตอโรนไม่เพียงพอเนื่องจากปรากฏการณ์เพรกนิโนโลนสตีลทำให้หน่วยโครงสร้างของโปรเจสเตอโรนเปลี่ยนไปผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล นอกจากนี้การรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันในช่วงเย็นจะช่วยกระตุ้นความต้องการเซโรโทนินและเมลาโทนิน รวมถึงทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายหลังรับประทานอาหารด้วย หากคุณไม่มีประจำเดือนก็อาจสังเกตการเกิดข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์เพื่อระบุการตกไข่ก็ได้ แต่ถ้าคุณอยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทองก็อาจรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันในช่วงสองวันแรกของเดือนหรือช่วงไหนก็ได้แต่สองวันติดกันและควรปฏิบัติให้สม่ำเสมอ

คุณควรรับประทานอะไรบ้าง

ฉันขอแนะนำแหล่งคาร์บที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหาร (เช่น มันเทศ บีท ฟัก แครอท พีช เบอร์รี่ แอปเปิ้ล น้ำผึ้งดิบ อินทผาลัม) เพื่อบรรเทาการอักเสบและบำรุงร่างกาย ในระหว่างที่รับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันคุณอาจลดการรับประทานไขมันด้วยโดยเฉพาะถ้าการลดน้ำหนักคือเป้าหมายของคุณ

  • 7.00 น. / น้ำผสมมะนาว 32 ออนซ์
  • 9.00 น. / ไข่ 2 ฟอง อะโวคาโด้ 1/2 ผล ต้นอ่อนทานตะวัน 1/4 ถ้วย และกาแฟ 8 ออนซ์ผสมกับน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนชาและเนยจากวัวกินหญ้า 1 ช้อนชา
  • 13.00 น. / เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะ + เมล็ดเจีย 1 ช้อนโต๊ะ + เบอร์รี่ 1/2 ถ้วย
  • 18.00 น. / ริบอายจากวัวกินหญ้า 6 ออนซ์ มันเทศอบน้ำมันมะพร้าว 2/3 ถ้วย กะหล่ำดาวอบน้ำมันอะโวคาโด้กับสมุนไพร 1/2 ถ้วยและอินทผาลัมห่อเบคอน 3 ชิ้น
  • 19:30 น. / พีชผัดน้ำมันมะพร้าวและอบเชย + น้ำผึ้งดิบ 1/2 ถ้วย

ฟังร่างกายของตัวเองและพลิกแพลงตามต้องการ

เมื่อคุณรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกันคุณจะรู้สึกอิ่มเพิ่มขึ้น ความอยากอาหารลดลง นอนหลับสนิทมากขึ้นขณะที่การทำงานของไทรอยด์และฮอร์โมนก็ดียิ่งขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้การรับประทานคาร์บเดือนละครั้งควบคู่กับอาหารคีโตยังช่วยในเรื่องไมโครไบโอมและการต้านอนุมูลอิสระด้วยเนื่องจากเส้นใยและสารประกอบไฟโตที่หลากหลายในอาหารที่มีคาร์บปานกลางถึงสูงและอุดมไปด้วยสารอาหาร ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความยืดหยุ่นของระบบเผาผลาญและช่วยกำจัดความกลัวที่เกิดจากการบริโภคคาร์บ

ทางที่ดีจงฟังร่างกายและความรู้สึกของตัวเอง จากนั้นก็พลิกแพลง (ความถี่ในการรับประทานคาร์บมากและน้อยสลับกัน และ/หรือ ปริมาณคาร์บที่คุณบริโภคในช่วงนั้น) ตามต้องการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

Blogger : Ali Miller, R.D., L.D., C.D.E.

Source : mindbodygreen.com