Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

เคยโมโหหิวเวลามีประจำเดือนไหม?
งั้นจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้กินมากเกินไป

เคยโมโหหิวเวลามีประจำเดือนไหม

เคยหิวแบบทนไม่ไหวในช่วงวันนั้นของเดือนไหม? และนอกจากหิวแล้วคุณรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิมใช่ไหม? ถ้าใช่..ก็ไม่ใช่คุณเพียงคนเดียว (เชื่อสิ!) ความรู้สึก “โมโหหิว” เป็นอาการปกติของผู้หญิงมีรอบเดือนเนื่องจากระดับน้ำตาลที่ไม่แน่นอน อย่างไรก็ตามเราสามารถต่อสู้กับอาการ “โมโหหิว” นี้ได้จากการกินปกติ การกินที่สมดุลและได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอในช่วงวันนั้นของเดือน

รู้สึกโมโหหิวไหม?

เรามักจะให้ความสำคัญกับคนอื่นๆและงานมากกว่าการกินอย่างถูกสุขลักษณะซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อฮอร์โมน ระดับน้ำตาลของคนเราคือปริมาณกลูโคสในเลือดและมีการไหลเข้าสม่ำเสมอ มีความไม่สมดุลของน้ำตาลในเลือดสองชนิดที่เราควรพึงระวัง อย่างแรกคือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิด สะอิดสะเอียน เหงื่อชุ่ม และหิวมากจนถึงขั้นตื่นตระหนก เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำคุณจะรู้สึกอยากน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต อาการหิวเล็กน้อยก่อนกินอาหารไม่เป็นไรแต่ถ้าเริ่มมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำก็ควรเลือกกินอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันและที่สำคัญอย่าลืมรับประทานโปรตีนทุกมื้อด้วย

พฤติกรรมที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำประกอบไปด้วย..

  • รับประทานอาหารเช้าหลังจากที่ตื่นนอนหลายชั่วโมงหรืองดรับประทานอาหารเช้า
  • ดื่มคาเฟอีนและน้ำตาลตลอดทั้งวัน
  • รับประทานอาหารมื้อย่อยตลอดทั้งวัน
  • ระงับความอยากอาหารด้วยเครื่องดื่มคาเฟอีนและบุหรี่
  • ออกกำลังกายอย่างหักโหมโดยไม่มีการเสริมแคลอรี่เข้าไปอีก

เมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล เช่น ขนมหวาน ครัวซองต์ พาสต้า หรือผลไม้บางชนิดที่มีปริมาณน้ำตาลสูงระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้นขณะที่ร่างกายก็จะตอบสนองโดยการหลั่งอินซูลินออกมา หน้าที่ของอินซูลินคือทำให้เซลล์ในร่างกายหลั่งน้ำตาล (กลูโคส) เข้าไปเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานหรือเก็บสะสมเป็นไขมันในร่างกายระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสมดุล แต่ปริมาณอินซูลินที่สูงอยู่เสมอซึ่งเกิดจากโรคอ้วน การรับประทานคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และอาหารแปรรูปมากเกินไป รวมถึงการไม่ออกกำลังกายอาจทำให้มีภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ แม้ว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินจะไม่มีสัญญาณแรกเริ่ม แต่คุณสามารถสังเกตอาการต่างๆได้ดังต่อไปนี้

  1. รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร
  2. รู้สึกหิว
  3. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่ายและลดลงยากโดยเฉพาะบริเวณรอบเอว
  4. ไม่ค่อยมีสมาธิ
  5. ความดันโลหิตสูง
  6. ระดับคอเลสเตอรอลสูง
  7. การรับประทานของหวานก็ยังไม่ช่วยบรรเทาความอยาก

อาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้กับอาการโมโหหิว

คุณควรรับประทานมื้อเช้าหลังจากที่ตื่นนอนภายในหนึ่งชั่วโมงและห้ามงดเด็ดขาดมิฉะนั้นฮอร์โมนของคุณจะไม่มีวันสมดุล ซีเรียลไม่นับว่าเป็นอาหารเช้าเช่นเดียวกับขนมปังทาแยม ทางที่ดีอาหารเช้าต้องมีโปรตีนและไขมันชนิดดีเพื่อขับน้ำตาลในเลือดออกเป็นอย่างแรกในตอนเช้า วิธีนี้จะยิ่งเห็นผลหากคุณมีภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือประจำเดือนขาดไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่นไข่ ทำไข่คนและวางไว้บนหน้าขนมปังหรือแผ่นแป้งทอร์ทิลลาและมีอะโวคาโด้เป็นเครื่องเคียงหรือทำไข่เจียวกับผักต้มก็ได้ หากคุณมีเวลาจำกัดลองต้มไข่และแช่ตู้เย็นไว้หรือทำฟริตตาต้าผักไว้ตอนกลางคืนเพื่อให้พร้อมรับประทานในตอนเช้า ส่วนข้าวโอ๊ต ควินัว ข้าวฟ่าง และผักโขมสามารถนำมาใช้คู่กับนมข้าวโอ๊ตและนมอัลมอนด์เพื่อทำโจ๊กได้ จากนั้นโรยหน้าด้วยผลไม้ เนยถั่ว และเมล็ดพืช หากคุณไม่นิยมรับประทานอาหารเช้าก็ควรเลือกรับประทานสมูทตี้ที่อุดมด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตแทน และควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ดและผักที่มีส่วนประกอบของแป้ง ส่วนคาเฟอีนก็ควรดื่มหลังมื้อเช้า ไม่ใช่ก่อนมื้อเช้า

Blogger : Maisie Hill

Source : mindbodygreen.com