Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Drinking Too Much Caffeine Can Be Deadly
การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปอาจทำให้ถึงตายได้และนี่คือข้อควรรู้

การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปอาจทำให้ถึงตายได้

เมื่อเดวิส อัลเลน คริป อายุ 16 ปี นักเรียนหนุ่มโรงเรียนมัธยมสปริงฮิลล์ได้เกิดหมดสติในห้องเรียนเมื่อเดือนก่อนผู้คนต่างก็พากันสับสนและรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก หนุ่มชาวเซาท์แคโรไลน่ารายนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีแต่น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเพียงสองชั่วโมงเขาก็จากไป แกรี่ วัตต์ เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเผยว่าเดวิสมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจซึ่งเกี่ยวข้องกับคาเฟอีนหลังจากที่ดื่มไดเอทเมาเทนดิวขนาดใหญ่ (ปริมาณคาเฟอีนประมาณ 135 มก.) คาเฟ่ลาเต้ของแมคโดนัลด์ (ประมาณ 142 มก.) และเครื่องดื่มชูกำลังไม่เปิดเผยยี่ห้อ (ประมาณ 142 มก.) ในระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหรือบริโภคคาเฟอีนเข้าไปประมาณ 419 มก.ในระยะเวลาเพียง 120 นาที การดื่มคาเฟอีนมากเกินไปในช่วงเวลาสั้นๆแบบนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ แกรี่กล่าวว่า “เดวิสก็เหมือนกับเด็กๆทั่วไปและคนจำนวนมากในปัจจุบันที่คิดว่าการบริโภคคาเฟอีนมากๆเช่นนี้ไม่มีอันตราย เราสูญเสียเดวิสให้กับสารที่ถูกกฎหมาย”

ฌอน คริป พ่อของหนุ่มวัยรุ่นได้ขอให้ผู้ปกครองรายอื่นๆให้ความรู้แก่ลูกๆของตัวเองเกี่ยวกับผลที่ตามมาของการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป เขาอธิบายว่าลูกชายของเขาแข็งแรงมากไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ยาด้วย เขากล่าวว่า “นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พรากชีวิตเขาไปแต่เป็นเครื่องดื่มชูกำลัง พ่อแม่ทุกคนควรพูดคุยกับลูกๆเกี่ยวกับเครื่องดื่มเหล่านี้และนักเรียนรวมถึงวัยรุ่นทั้งหลายก็ควรเลิกซื้อได้แล้ว”

การเสียชีวิตที่เกิดจากคาเฟอีนเป็นกรณีหายากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิด

เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติได้ นอกจากนี้คาเฟอีนยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอันเป็นสาเหตุทำให้ระดับโปแตสเซียมลดต่ำลง (สารอาหารจะถูกขับออกไปพร้อมกับปัสสาวะ) ยิ่งทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติยากขึ้น เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันก็อาจทำให้ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ภาวะอันตรายเหล่านี้สามารถดูได้จากอาการต่างๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจสูงผิดปกติ อาการวิตกกังวล การสั่น การคลื่นไส้ และ/หรืออาเจียน เป็นต้น และถ้าเกิดอาการใดอาการหนึ่งหลังจากที่บริโภคสารต่างๆเข้าไป (ไม่ว่าจะเป็นคาเฟอีนหรือสารชนิดอื่นๆ) คุณควรหยุดบริโภคทันที

คาเฟอีนจะส่งผลแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบุคคล ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวกับเรื่องของปริมาณ

คาเฟอีนจะส่งผลต่อบุคคลแตกต่างกันเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ คนสองคนอาจบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่เท่ากันแต่ผลลัพธ์ที่แสดงออกมากลับแตกต่างกันขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ขนาด อายุ เพศ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด และระดับโปแตสเซียม จากปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้ประเมินได้ยากว่าคาเฟอีนปริมาณเท่าใดจึงจะปลอดภัยต่อผู้ดื่ม หากเป็นไปได้คุณควรจำกัดปริมาณการบริโภคคาเฟอีน องค์การอาหารและยา (FDA) แนะนำว่าผู้ใหญ่ไม่ควรบริโภคคาเฟอีนเกินวันละ 400 มก. (หรือเท่ากับกาแฟประมาณ 4-5 ถ้วย) ขณะที่สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกากล่าวว่าเด็กและวัยรุ่นไม่ควรบริโภคคาเฟอีนหรือสารกระตุ้นใดๆทั้งสิ้น

การบริโภคคาเฟอีนเกินขนาดไม่ใช่เรื่องที่พบได้ทั่วไป ดังนั้นคุณควรพิจารณาให้รอบคอบเกี่ยวกับการบริโภคคาเฟอีน

การดื่มกาแฟมีคุณประโยชน์มากมาย (เช่น ทำให้กระฉับกระเฉงในตอนเช้า) แต่คุณก็ยังต้องคอยระวังอยู่ดี และจงจำไว้ว่าคาเฟอีนไม่ได้อยู่ในรูปของกาแฟและชาเท่านั้น พวกมันยังสามารถพบได้ในอาหารและเครื่องดื่มอีกหลายชนิด เช่น ธัญพืชอัดแท่งและลูกกวาด ที่สำคัญเราไม่สามารถระบุปริมาณคาเฟอีนได้ในตอนแรก ดังนั้นแทนที่จะเน้นแต่ปริมาณคาเฟอีนที่ควรหลีกเลี่ยง เราควรถามตัวเองก่อนว่า “ทำไมเราต้องบริโภคคาเฟอีนเหล่านี้ด้วย?” หรือ “ฉันนอนหลับเพียงพอไหม?” “ลูกของฉันนอนหลับสบายหรือถูกปลุกด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเปล่า?” “ลูกของฉันตื่นเช้าไปไหม? “ฉันทำงานหนักหรือเข้าสังคมเยอะเกินไปหรือเปล่า?” แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องงดดื่มกาแฟในแต่ละวันหรือระแวงมันนะ อย่างไรก็ตามการทำความเข้าใจเรื่องคาเฟอีนเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากการบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอันตรายอย่างคาดไม่ถึงได้

Blogger : Lindsey Lanquist

Source : self.com