Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Does More Sweat Mean a Better Workout?
การออกกำลังกายยิ่งเหงื่อออกก็ยิ่งดีอย่างนั้นหรือ?

การออกกำลังกายยิ่งเหงื่อออกก็ยิ่งดีอย่างนั้นหรือ

การออกกำลังกายที่เรียกเหงื่อมากที่สุดจะทำให้คุณรู้สึกว่านี่คือการออกกำลังกายที่เข้มข้นสุดๆใช่ไหม? ดังนั้นการฝึกโยคะร้อนหรือการปั่นจักรยานที่ทำให้ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจึงหมายความว่าคุณเพิ่งผ่านการออกกำลังกายที่เข้มข้นมาอย่างนั้นเหรอ? จริงๆก็ไม่ใช่นะเนื่องจากปริมาณเหงื่อไม่ใช่ตัวบ่งบอกถึงความเข้มข้นของการออกกำลังกายหรือปริมาณแคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญไป

เหตุใดเราจึงเหงื่อออก?

เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ต่อมเอกไครน์จะหลั่งเหงื่อออกมาและความชื้นจากร่างกายที่ระเหยไปจะช่วยให้ร่างกายของคุณเย็นลง (การหลั่งเหงื่อสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสาเหตุ เช่น ความเครียดหรือความกลัว ในกรณีที่รู้สึกประหม่าเพราะเดทแรก..เหงื่อจะออกจากต่อมเอกไครน์ซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่างกายโดยเฉพาะในรักแร้และขาหนีบ) ปริมาณเหงื่อที่ออกขณะออกกำลังกายจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น เพศ (ผู้ชายมีแนวโน้มเหงื่อออกเยอะกว่าผู้หญิง) และอายุ (คนหนุ่มสาวจะเหงื่อออกเยอะกว่าผู้สูงอายุ) รวมถึงพันธุกรรม อุณหภูมิ และความชื้น ส่วนน้ำหนักตัวก็มีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกัน (ผู้ที่มีรูปร่างใหญ่มีแนวโน้มเหงื่อออกเยอะกว่าเนื่องจากร่างกายจะสร้างความร้อนมากกว่า) นอกจากนี้ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งคือระดับสมรรถภาพ ผู้ที่แข็งแรงมีแนวโน้มเหงื่อออกเยอะกว่าผู้ที่แข็งแรงน้อยกว่า และอย่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดลงของน้ำหนักตัวหลังจากที่ออกกำลังกายจนเหงื่อเปียกชุ่ม อันที่จริงนั่นคือน้ำในร่างกายซึ่งจะได้กลับคืนมาเหมือนเดิมหลังจากที่คุณดื่มน้ำเข้าไปและไม่ได้หมายความว่าร่างกายของคุณเผาผลาญแคลอรี่ไปแล้ว ขณะเดียวกันอย่าคิดว่าการออกกำลังกายที่เหงื่อออกน้อยแปลว่าคุณยังออกกำลังกายหนักหน่วงไม่พอหรือร่างกายเผาผลาญแคลอรี่น้อยเกินไป แต่อาจเป็นเพราะเหงื่อของคุณระเหยเร็วต่างหากเนื่องจากคุณออกกำลังกายในห้องแอร์หรือใกล้กับพัดลมหรือกลางแจ้งในวันที่ลมพัดเย็นสบาย หรือ..คุณอาจเป็นคนที่เหงื่อออกน้อยอยู่แล้ว

ทำตัวให้แห้งสบายตลอดทั้งวันได้อย่างไร?

การสวมเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์หรือไลคราจะช่วยทำให้คุณรู้สึกเหงื่อออกน้อยลงได้ เส้นใยเหล่านี้จะดูดซับเหงื่อจากผิวหนังไปยังผิวชั้นนอกของเสื้อผ้าซึ่งระบายความชื้นออกไป ในทางกลับกันผ้าฝ้ายจะดูดซับความชื้นแต่ไม่ช่วยในเรื่องการระบาย ผลที่ได้คือเสื้อผ้าของคุณจะรู้สึกเปียกและหนักทั้งในระหว่างและหลังการออกกำลังกาย ข้อเสียของโพลีเอสเตอร์คือมันมีแนวโน้มว่าจะเหม็นมากกว่าผ้าฝ้ายหลังจากที่ออกกำลังกาย ในการศึกษาหนึ่งกลุ่มนักวิจัยได้รวบรวมเสื้อเชิ้ตเปียกเหงื่อจำนวน 26 ตัวหลังการปั่นจักรยานนานหนึ่งชั่วโมง ผลปรากฏว่าในวันถัดไปเสื้อเชิ้ตโพลีเอสเตอร์มีกลิ่นเหม็นรุนแรงกว่าเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้าย ไมโครคอคคัสคือแบคทีเรียประเภทหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ย่อยสลายเหงื่อและทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์โดยจะเจริญเติบโตบนเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์เท่านั้น

คุณสามารถหาเส้นใยสังเคราะห์กันกลิ่นที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียซึ่งที่แพร่หลายมากที่สุดคือสีเงิน (เช่น เทคโนโลยี Silverscent ของลูลูเลมอน) และสีทอง (เช่น เทคโนโลยี Goldfusion ของโรน) โดยทั่วไปอนุภาคนาโนจะใช้ในปริมาณที่เล็กน้อยมาก แต่งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าเสื้อผ้าที่ใช้สีเงินอาจไม่ช่วยในเรื่องการลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นเหม็น ยิ่งไปกว่านั้นสีเงิน (หรือสีทอง) อาจหลุดร่อนออกมาขณะซัก..ทำให้ประสิทธิภาพของเสื้อผ้าลดลงและเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม ทางที่ดีคุณควรซักชุดออกกำลังกายในน้ำร้อนเนื่องจากผ้าสามารถรองรับและใช้ประโยชน์จากการซักได้

สรุป

เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับครูฝึกโยคะร้อนกับผู้ที่อยู่อาศัยในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นเนื่องจากเหงื่อไม่ใช่สัญญาณบ่งบอกถึงระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกาย อัตราการหลั่งเหงื่อของแต่ละคนจะแตกต่างกันและขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ระดับสมรรถภาพ ความร้อน ความชื้น น้ำหนักตัว อายุ และเพศ ไม่สำคัญว่าคุณจะเหงื่อออกเยอะขนาดไหน แต่จงดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาญน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป

Blogger : Robert J. Davis, Ph.D.

Source : greatist.com